หน้าแรก Election Slide ส.ว.สมชาย ชี้...

ส.ว.สมชาย ชี้ ‘พิธา’ โอนหุ้นITV ให้ทายาท ไม่ทำให้ผิดเป็นถูก ทางกม.ถือว่ากระทำสำเร็จแล้ว

6.06.23 | 18:34 น.

“ส.ว.สมชาย” ชี้ “พิธา” ต้องเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ ปมถือหุ้นITV ยันการโอนหุ้นให้ทายาท ไม่ทำให้ผิดเป็นถูก เพราะทางกฎหมายถือว่ากระทำสำเร็จแล้ว

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคฯและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ระบุว่า ได้แบ่งมรดกหุ้นไอทีวีให้แก่ทายาทอื่นโดยสิ้นเชิงแล้ว ว่า ประเด็นดังกล่าวไม่สามารถทำให้ความผิด กลายเป็นถูกได้ เพราะการถือครองหุ้นสื่อ ที่เป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ของผู้สมัคร ส.ส. รวมถึงแคนดิเดตนายกฯ นั้น เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่นายพิธา ส่งใบสมัครต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ช่วงวันที่ 4-7 เมษายน แล้ว ดังนั้นทางกฎหมาย หรือ นิตินัยถือว่าเป็นข้อยุติแล้ว ทั้งนี้ตนไม่ขอวิจารณ์ตามที่มีการตั้งคำถามว่า นายพิธาขายหรือโอนหุ้นทำไม ทั้งนี้เขาต้องรับผิดชอบ

“ผมเห็นคุณพิธา อธิบายผ่านเฟซบุ๊กแล้ว เป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากยอมรับการต่อสู้ว่าไอทีวีเป็นสื่อมวลชนหรือไม่ ตามประเด็นที่ มีผู้ยื่นคำร้องไปยังกกต. อย่างไรก็ตามการไม่ถือครองหุ้นสื่อไว้ถือเป็นผลดีกับตัวเองในอนาคต เพราะคุณพิธายังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ได้ในครั้งถัดไป” นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า สำหรับการต่อสู้ในคำร้องของนายพิธานั้นมีมุมเดียว คือ ไอทีวีเป็นสื่อหรือไม่ ตนเชื่อว่าการต่อสู้ในประเด็นดังกล่าวต้องพิจารณาด้วยการตรวจสอบงบการเงินและการแสดงบัญชี ที่ยื่นต่อกรมสรรพากร ที่ทำได้ง่ายและย้อนหลัง 5 ปี หรือตั้งแต่ 2550 หรือ ปี2562 ที่นายพิธา

ยื่นลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ซึ่งการตรวจสอบไม่เฉพาะที่ใช้คลื่นความถี่เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาอื่นๆ ด้วย เช่น ผลิตรายการอื่นๆ หรือไม่ เพราะขณะนี้งบการเงินของไอทีวีนั้นมีความเคลื่อนไหว มีกำไร ขณะที่การต่อสู้เรื่องคดีไอทีวี ที่มีคดีกับ สปน. นั้น ซึ่งค้างในชั้นศาลปกครองสูงสุดนั้น ตนมองว่าเป็นความประสงค์ที่จะทำหรือประกอบกิจการต่อ

Advertisement

“ในรายละเอียดของเรื่องคดีนี้ ต้องพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งผูกพันทุกองค์กร รวมถึงองค์กรอิสระด้วย ส่วนที่มีหลายฝ่ายยกคำวินิจฉัยของศาลฏีกาในคดีของหลายคนมาต่อสู้นั้น ในประเด็นดังกล่าวคำตัดสินมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น ซึ่งต่างจากศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันกับทุกองค์กร และจาก 4 คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเป็นแนวทางเดียวกัน คือ การถือหุ้นเพียงหุ้นเดียวเท่ากับว่าครอบครองหุ้นสื่อฯ” นายสมชาย กล่าว

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่นายพิธา ไม่ยอมชี้แจงกับสื่อที่ตั้งคำถามเรื่องการโอนหรือขายหุ้นทันทีที่ถูกตั้งคำถามเมื่อ 5 มิถุนายน ที่ถูกมองว่ามีเจตนาไม่สุจริต นายสมชาย กล่าวว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ เรื่องนี้ว่านายพิธาจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ สังคมต้องพิจารณาเอง