ยอดพล ชี้ ปมหุ้นไอทีวี ‘ขี้ปะติ๋ว’ แต่ถูกตีกวนจนเป็นเรื่อง ถ้าศาลบอกไม่ผิด เชื่อมีคนฟ้องกกต. แถมโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง

ยอดพล ชี้ ปมหุ้นไอทีวี ‘ขี้ปะติ๋ว’ แต่ถูกตีกวนจนเป็นเรื่อง ถ้าศาลบอกไม่ผิด เชื่อมีคนฟ้องกกต. แถมโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ทางมติชนทีวี ในประเด็นการถือครองหุ้นไอทีวีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวว่า ไอทีวีเคยเป็นบริษัทสื่อสารมวลชน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ ไม่ใช่อยากทำทีวีดาวเทียมสักช่องก็ทำได้เลย ต้องมีใบอนุญาตจาก กสทช. ถามว่าใบอนุญาตนี้ ไอทีวีมีหรือไม่ คำตอบคือไม่มี ประกอบกิจการสื่อไม่ได้ สมมติประกอบได้ แต่ผิดกฎหมาย เพราะ กสทช. ฟันแน่ และผู้ถือหุ้นไม่เอาไว้

“สมมติว่าผมถือหุ้นบริษัทอะไรก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ทะลึ่งไปประกอบกิจการสื่อแล้วก็โดนลงโทษ ผมว่ามันไม่มีตรรกะ กฎหมายกำหนดว่า การประกอบกิจการสื่อสารมวลชนเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาต ไอทีวีมีใบอนุญาตไหม ผมตอบเลยว่าไม่มี เพราะสำนักปลัดนายกฯ บอกเลิกสัญญาไปแล้ว

มันเป็นสัญญาลักษณะของการให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินในกิจการของรัฐ ถูกบอกเลิกสัญญาไป สิทธิประโยชน์ทุกอย่างต่างๆ มันจบลง ประกอบกับกฎหมายใหม่ของ กสทช.เอง ก็กำหนดไว้ชัดว่า ผู้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนจะต้องมีใบอนุญาต แต่ไอทีวีไม่มีใบอนุญาต ต่อให้ได้สิทธิคืน มันคือการคืนสิทธิต่างๆ เช่น สิทธิค่าเสียหายที่พึงมีหรือค่าเสียโอกาสต่างๆ แต่ไม่ได้คืนสิทธิ์ในการประกอบกิจการสื่อ” ผศ.ดร.ยอดพล อธิบาย

Advertisement

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงการเอาผิด กกต. หากศาลบอกว่าการถือหุ้นไม่ผิด จะสามารถกระทำได้หรือไม่ ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะมีคนที่รับทั้งขึ้นทั้งล่อง ในกรณี กกต.เห็นว่าหุ้นนี้ไม่ใช่หุ้นสื่อ ไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่ามีคนไปฟ้อง กกต. ถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญ กองเชียร์ของพรรคก้าวไกลก็มองว่า มันเป็นเรื่องไร้สาระ

“เรื่องที่มันไม่ควรจะมีอะไร มันมีได้อย่างไร มันก็จะเกิดปัญหา เรื่องนี้มันนิดเดียว ไม่ควรจะมีอะไร แต่ก็ไปตีกวนกันจนมันมีอะไร สุดท้ายมันไปสู่ภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ถามว่าฟ้องได้ไหม ผมเชื่อว่ามันมีคนฟ้องได้ แต่ผลออกมาทางไหน กกต. โดนหมด” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าว

ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวอีกว่า มีการพูดกันว่าอย่างนี้สมควรไปเอาผิด กกต. ย้อนหลังได้หรือไม่ จุดนี้คือปัญหา ตนถึงบอกว่าอย่างไรกกต. ก็โดนทุกทาง มีการย้อนไปถึงปี 62 กกต.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพราะนายพิธาแจ้งแล้วตั้งแต่ปี 62 ตรงนี้เป็นปัญหาที่น่าคิด

“มันทำให้วงการหลักกฎหมายพัวพันมั่วซั่วกันไปหมด ผมถึงบอกว่าปัญหาบางทีเรื่องมันเล็กขี้ปะติ๋วแต่มันขยายวงได้ มันไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนี้ คือถ้าจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ง่าย ไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ จบแล้ว วันนี้เราไม่ต้องมานั่งคุยกันเรื่องนี้” ผศ.ดร.ยอดพล สรุป

 

อ่านเพิ่มเติม 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image