09.00 INDEX เงาสะท้อน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อยืนอยู่ คู่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ทำไมภาพที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำคณะส.ส.กรุงเทพมหานครจำนวน 32 คนแห่งพรรคก้าวไกล ไปเยี่ยมคารวะและหารือร่วมกับ คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครที่นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
จึงเป็นภาพอัน ”งดงาม” จึงเป็นภาพอันสดสวย ”ไพจิตร” จึงเป็นภาพแห่ง ”ความหวัง”
งดงามเพราะว่าที่อยู่เบื้องหลัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คือคะแนนที่มากกว่า 14 ล้านคน งดงามเพราะว่าที่อยู่เบื้องหลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คือคะแนนที่มากกว่า 1.5 ล้านคะแนน
เป็นคะแนนเสียงอันสะท้อนถึง ”เจตจำนง” ในทางการเมืองของประชาชนซึ่งดำรงอยู่ในสถานะแห่งความเป็น ”อาณัติ” ในทาง การเมือง
นี่คือพื้นฐานอันสร้าง ”ความชอบธรรม” ให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็น ”ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร” และนี่คือพื้นฐานอันชอบธรรมสำหรับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ความชอบธรรมนี้คือความชอบธรรมที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ดำรงอยู่ในคณะกรรมการในห้วงแห่ง ”การเปลี่ยนผ่าน” ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็น ”นายกรัฐมนตรี”
การไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานครจึงเป็น ”ความหวัง”
ต้องยอมรับว่านับแต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นต้นมา พรรคก้าวไกลและ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มิได้มีเพียงกว่า 14 ล้านเสียงจากการเลือกของประชาชนมาเป็น ”พื้นฐาน”
หากแต่ยังมีกว่า 10 ล้านเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย เลือกคนของพรรคเพื่อไทยมาเป็นกำลัง
เมื่อประสานกับคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกพรรคประชาชาติ เลือกพรรคไทยสร้างชาติ เลือกพรรคเพื่อไทพลังไท พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ ก็มากกว่า 25 ล้าน
เป็น 25 ล้านเสียงจากทั้งหมด 39 ล้านเสียงจากทั่วประเทศ แปรเป็น 310 ส.ส.จากจำนวน ส.ส.ทั้งสิ้น 400 คน มีความชอบ ธรรมอย่างสมบูรณ์ที่จะจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศ
แต่ ”ความหวัง” นี้ก็มิอาจเดินหน้าไปได้ด้วยความราบรื่นครบ สมบูรณ์เพราะติดอยู่กับกลไกอันเนื่องแต่ ”รัฐธรรมนูญ”
กลไกของรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องผ่านการยอมรับจาก 250 ส.ว.ด้วยจำนวนที่แน่นอนหนึ่ง และกำลังกลายเป็นคำถามอันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง
ว่า 250 ส.ว.จะถือ ”บรรทัดฐาน” ใดในการ ”ตัดสินใจ”
จะตัดสินใจตามแรงกดทับอันเนื่องแต่รากฐานความเป็นมาของ 250 ส.ว.ซึ่งสัมพันธ์กับอำนาจของคสช.ที่ยึดโยงอยู่กับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
หรือเห็นความสำคัญจากการตัดสินใจเลือกและมอบ”อาณัติ”ทางการเมืองให้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
การตัดสินใจนี้อยู่ใน” ส่ายตา” อันคมกริบของ ”ประชาชน”

