‘พิธา’ ลั่น 100 วันแรก รบ.ก้าวไกล ดัชนีทุจริตลดลง ลุยใช้ AI จับโกง ไม่หวั่นโดนร้องโฆษณาเหล้า

‘พิธา’ ลั่น 100 วันแรก รบ.ก้าวไกล ดัชนีทุจริตลดลง ลุยใช้ AI จับโกง ไม่หวั่นโดนร้องโฆษณาเหล้า

เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ เขตปทุมวัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.)และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ร่วมแถลงผลหารือระหว่างพรรคก.ก.และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ภายหลังมีการพูดคุยกันกว่า 2 ชั่วโมง โดยนายวิเชียร กล่าวว่า ดีใจที่พรรคก้าวไกล ได้นัดปรึกษาหารือเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชันและแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทางองค์กรเล็งเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่พรรคก้าวไกล มีเจตจำนงต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองในสายตาของประชาชน และเป็นการสร้างความหวังให้แก่ประชาชน เชื่อว่านโยบายทางการเมืองต่าง ๆ จะไม่ประสบผลได้อย่างมีประสิทธิภาพหากขาดการจัดการปัญหาคอรัปชัน อีกทั้งยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการปัญหาคอรัปชันผ่านการมีส่วนร่วมกันระหว่างภาคประชาชน และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพรรค ก.ก.ต่อไปในอนาคต

นายพิธา แถลงต่อว่า พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน อันถือเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทยที่ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสในการพัฒนาอย่างมหาศาล จะเห็นได้ว่าตลอด 4 ปีในการทำงานของพรรคก้าวไกลในสภาผู้แทนราษฎร มีการเปิดโปงการทุจริตและการตรวจสอบการใช้อำนาจและงบประมาณภาครัฐอย่างเข้มข้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด แต่เมื่อพรรคก้าวไกลผ่านการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 จนได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดเป็นพรรคอันดับหนึ่งและเป็นแกนนำเจรจาจัดตั้งรัฐบาล เราจึงมีการทำ MoU กับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อวางกรอบแนวทางการบริหารประเทศร่วมกัน คือ “2.ทุกพรรคจะทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริต หากมีบุคคลของพรรคใดมีพฤติกรรมทุจริต คอร์รัปชัน ทุกพรรคจะยุติการดำรงตำแหน่งของบุคคลนั้นๆ ทันที” และสำหรับแนวนโยบายที่จะทำร่วมกันก็คือ “7.แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันโดยการสร้างระบบและวัฒนธรรมรัฐโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลรัฐในทุกหน่วยงาน” แสดงให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลให้ความจริงจังกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม จากการติดตามตัวชี้วัดต่างๆ รวมทั้ง Corruption Perception Index : CPI พบว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้คะแนนและลำดับอย่างลุ่มๆ ดอนๆ ในรัฐบาลที่ผ่านๆ มา ดังนั้น เราจึงมีเป้าหมาย ต้องการเร่งแก้ปัญหาการทุจริตให้เห็นผล ทำให้ดัชนี Corruption Perception Index : CPI ของประเทศไทยมีคะแนนและลำดับดีขึ้นได้โดยเร็วที่สุด

“หากเราผลักดันให้นโยบายของเราเรื่องการเปิดเผยข้อมูลรัฐ และการนำเทคโนโลยีมาช่วยจับโกง สำเร็จได้ภายใน 100 วันตามที่เราตั้งไว้ ผมเชื่อว่าต้นปีหน้า เราจะมีข่าวดีว่าคะแนนและลำดับของประเทศไทยใน CPI จะสูงขึ้นกว่าเดิมแน่นอน และประชาชนจะยิ่งเชื่อมั่นศรัทธาในระบบการเมืองการปกครองตามครรลองประชาธิปไตย” หัวหน้าพรรคก.ก. กล่าว

Advertisement

นายพิธากล่าวเพิ่มเติมว่า เชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันต้องทำให้ ‘ระบบดี’ ด้วย เพื่อทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จึงมีหลักคิดสำคัญในการออกแบบระบบ คือจะต้องเป็นระบบที่ 1.ไม่มีใครอยากโกง 2.ไม่มีใครกล้าโกง 3.ไม่มีใครโกงได้ 4.ไม่มีใครโกงแล้วรอด ได้ออกแบบนโยบายที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งและพร้อมนำไปปฏิบัติต่อไป เช่น การใช้ระบบ AI จับโกง ตรวจสอบแพทเทิร์นที่ส่อทุจริตในการบริหารจัดการภาครัฐ, การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ Open Government และ Open Parliament รวมทั้งนโยบาย ‘คนโกงวงแตก’ คือการออกกฎหมายคุ้มครองคนที่ออกมาแฉหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดกันทุจริตก่อนให้รับการลดโทษหรือกันเป็นพยาน (leniency programme) โดยเป็นระบบที่ทำให้คนที่คิดจะร่วมกันโกง (เช่น คนจ่ายกับคนรับสินบน บริษัทที่จะฮั้วประมูลกัน) ระแวงกันเองจนไม่มีใครกล้าร่วมกันโกง รวมทั้งหน่วยงานที่ตรวจสอบคอร์รัปชันอย่างเช่น ป.ป.ช. ต้องมีความยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น เพื่อจะได้มีความรับผิดรับชอบต่อประชาชน

ด้านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. กล่าวว่า ได้นำเสนอในที่ประชุมฯว่า 100 วันแรกของรัฐบาลก้าวไกลมีโรดแมป สามารถเปิดประชุมสภาฯ และใช้มติ ครม. เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ข่าวสารสาธารณะฯ กลับมาพิจารณาต่อได้เลยทันที, ระบบ AI จับโกง ที่เราสามารถต่อยอดจากระบบ ACT.AI ได้ทันที แต่สำหรับ 100 วันแรก คงไม่สร้างภาระให้หน่วยงานทั้งหมด เพราะเราสามารถใช้ข้อมูล ‘เท่าที่มี’ และ ‘เท่าที่เป็น’ (หมายถึงรูปแบบของข้อมูลที่มีอยู่) อย่างไรก็ตาม หากคิดว่าข้อมูลประเภทไหนที่เมื่อหน่วยงานประกาศออกมา พบว่าหายไปทั้งที่หน่วยงานมีข้อมูลนั้นอยู่แล้ว จะสามารถสั่งให้เปิดเผยได้ทันที ขณะเดียวกัน ใน 100 วันแรกของรัฐบาลก้าวไกล ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบ แก้ไข แผนงบประมาณประจำปีถัดไป เชื่อว่าจะสามารถตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ไม่เหมาะสม และนำไปใช้ในโครงการที่คุ้มค่ามีประโยชน์ต่อประชาชน รวมได้กว่า 2 แสนล้านบาท นอกจากนี้พรรคก.ก.ยังผลักดันหลักการ Open Parliament เบื้องต้นจะถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการทุกชุด เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตาม ตรวจสอบได้ โดยเชื่อว่าจะทำให้การคอร์รัปชันลดน้อยลง ไม่มีเหตุการณ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป หลังจาก 100 วัน พรรคก้าวไกลผลักดันนโยบายบัตรประชาชนดิจิทัล เพื่อให้สามารถสอดคล้องกับแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนได้ เช่น การเข้าชื่อถอดถอน, เสนอร่างกฎหมาย และอาจจะสามารถต่อยอดในอนาคตได้ เช่นการเลือกตั้ง ประชามติ กระบวนการงบประมาณ ฯลฯ เพื่อให้การดำเนินการใดๆ นั้นสะดวก รวดเร็ว ผิดพลาดน้อย แต่ต้นทุนต่ำ

เมื่อถามว่าจะจัดการกับองค์กรอิสระที่มีบทบาทการตรวจสอบปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างไรเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน นายพิธากล่าวว่า องค์กรอิสระจะถูกรื้อ และเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลเเต่เป็นเรื่องของอำนาจ จำเป็นจะต้องมีคณะกรรมการที่หลากหลายทั้งจากสมาชิกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)เพื่อทำให้เกิดความเป็นกลางมากที่สุดเเละเป็นองค์กรที่อิสระที่น่าเชื่อถือ โดยผ่านการเเก้ไขกฎหมาย
เมื่อถามว่านายพิธาได้พูดถึงยี่ห้อสุราผ่านรายการกรรมกรข่าว ทางช่อง 3 จะขัดต่อพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า “ก็พี่สรยุทธ์ถาม ก็เป็นการตอบไป เพราะฉะนั้น คงเป็นเจตนาที่จะตอบคำถาม และผมดีใจที่มีคนไปร้องอย่างนี้ ก็เป็นการตั้งคำถามของสังคมไปเลยว่า มาตรา 32 แบบนี้ กับการที่เขาหากินในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่ผ่านมา โฆษณาไม่ได้ เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในสังคมนี้หรือไม่ คงต้องโยนคำถามกลับไปที่สังคมว่าพูดคุยคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image