‘จตุพร ‘บัญญัติศัพท์ ‘ชนวนพิธา’ โวยประเทศนี้ไม่มีคนจริง

9.06.23 | 06:05 น.

‘จตุพร ‘บัญญัติศัพท์ ‘ชนวนพิธา’ โวยประเทศนี้ไม่มีคนจริง

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “บ่วง!!”

นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นสื่อไอทีวี จะกลายเป็น ‘ชนวนพิธา’ อาจนำประเทศไปติดบ่วงการยึดอำนาจซ้ำซาก

“เชื่อว่าชนวนพิธาจะทำให้สังคมเกิดความแตกแยกรุนแรงครั้งใหญ่ เนื่องจากประชาชนฝ่ายสนับสนุนพรรคก้าวไกลใช้อารมณ์ความรู้สึกมาตัดสินคดีการถือหุ้นสื่อ ซึ่งเป็นกติกาคุณสมบัติจึงควรใช้กฎหมายมากำหนดความชี้ขาด ดังนั้น นายพิธา ควรยอมรับความจริงกับคุณสมบัติสมัคร ส.ส.ได้ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งเท่ากับเป็นการถอดชนวนความแตกแยกรุนแรงด้วยตัวเอง” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า การยึดอำนาจแต่ละครั้งในอดีตส่วนใหญ่มาจากสาเหตุหลัก 4 ประการคือ 1.ความแตกแยก 2. ทุจริต 3. การแทรกแซงองค์กรอิสระหรือหน่วยงานรัฐ และ 4. หมิ่นสถาบัน
ในกรณีการถือหุ้นนั้น นายพิธา มีสิทธิสู้คดี แต่การสู้ต้องยอมรับผลของคดีด้วย เพราะตัวเองได้ตัดสินใจเข้าไปเล่นในกติกามาตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่อพลาดต้องยอมรับว่าพลาด อย่างไรก็ตาม การถือหุ้นสื่อ ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่กฎหมายห้ามนักการเมืองถือ ดังนั้น เมื่อตัดสินใจเล่นเกมแล้วต้องยอมรับชะตากรรมตามกฎหมาย

Advertisement

“เรื่องนี้จะนำพาไปสู่ความแตกแยกใหญ่ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจรับรอง ส.ส.เบื้องต้น ก็คงส่งเรื่องไปศาล รธน. และศาลคงใช้หลักการเดียวกัน โดยสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ซึ่งปลายทางหนีไม่พ้น เพราะเส้นทางเป็นเช่นนี้ ส่วนศาลจะวินิจฉัยผลลัพธ์อย่างไรก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งว่า จะลามไปกระทบ ส.ส.ที่ได้รับรองไปหรือไม่ หาก กกต.แจกใบเหลือง แดง ส้ม หรือดำว่าที่ ส.ส.เกิน 25 คนแล้ว จะเหลือ ส.ส.ไม่ถึงเกณฑ์ 95% หรือ 475 คนจาก 500 คน ก็ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ จึงอยู่ที่ กกต.จะคิดอ่านกันอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องแล้วเสร็จก่อน 13 ก.ค.นี้ ดังนั้น หลังจากกลางเดือน มิ.ย.นี้ กกต. คงทยอยรับรอง ส.ส. แต่เรื่องนายพิธา ยากที่จะได้ไปถึงวันเปิดประชุมสภาครั้งแรก เพื่อเริ่มขั้นตอนในลำดับถัดไป ดังนั้น นายพิธา คงต้องทำใจให้ได้

เมื่อนายพิธา ติดบ่วงการถือหุ้นสื่อแล้ว ย่อมเกิดเหตุใหญ่กับตำแหน่งประธานสภา ซึ่งอาจไม่ใช่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ต้องการจะเป็นตำแหน่งนี้เสียแล้ว แต่อาจเป็น ส.สมศักดิ์ หรือ ส.สุชาติ ที่ทั้งสองคนย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯ ในสถานการณ์ประเทศเผชิญหน้ากับความแตกแยกรุนแรง ถ้ามีการแหวกขั้ว ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะตั้งรัฐบาลได้แล้ว พรรค 141 เสียงต้องย้ายขั้วไปหาฝ่าย 188 เสียงเพื่อตั้งรัฐบาลขึ้นมาแทนที่ ถึงที่สุดความขัดแย้งต้องเกิดขึ้นมากหรือน้อยแตกต่างกันไป เพราะจุดเริ่มมาจากคุณสมบัติของนายพิธา หากพรรคก้าวไกลถูกทิ้งไว้เป็นฝ่ายค้านแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองจะลุกลามขึ้นไปอีก” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า การแตกแยกครั้งนี้จะลุกลามครั้งใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสบายตัวที่สุด ถ้าเลือกทางรับผิดชอบลาออกจากนายกฯ และรัฐบาลรักษาการเพื่อรับผิดชอบมติ ครม.ออก พรก.เลื่อนการอุ้มหาย ซึ่งศาล รธน.วินิจฉัยว่า ขัด รธน.

“หากนายพิธา ยอมรับความจริงเสียก่อน มันก็จบแค่นายพิธา ถ้ายอมรับไม่ได้ก็จะเป็นชนวนพิธา ทำให้เกิดการลุกลามขึ้นในสังคม จึงเป็นสถานการณ์เปราะบางมาก ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นการประชุมสภาก็ไม่ได้ประชุม และอาจรุนแรงลามถึงขั้นเลือกประธานสภาและเลือกนายกฯ ไม่ได้ด้วย การเสียสละตนเองเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อตนเองกินแดนเข้าไปสู่ข้อห้ามทางกฎหมาย ก็ต้องยอมรับความจริง และต้องกล้าประกาศออกมา แต่ถ้ามีความเชื่อว่า จะมีมวลชนออกมาต่อสู้ แต่จะกลายเป็นว่า ไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ ดังนั้น สถานการณ์ในอนาคตจึงย่อมมาจากเหตุการณ์ชนวนพิธาเป็นสิ่งกำหนดความรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ เน้นว่า หากคิดไม่ยอมรับความจริงกันแล้ว จะไม่มีทางได้เริ่มต้นแบบปกติ และใครที่นั่งแบ่งกระทรวง ท้ายที่สุดจะไม่ได้อะไรเลย อย่างไรก็ตาม ถ้า 312 เสียง กับ 188 เสียง และ ส.ว. อีกทั้ง ศาล รธน. กับ กกต. ถ้าทั้งหมดนี้ยึดมั่นในหลักศักดิ์ศรีเป็นคนจริง ประเทศก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องอยู่กันแบบนี้
ถึงที่สุดประเทศนี้ไม่มีคนจริงสักคน แต่มีคนโหลยโท่ยไปทำในสิ่งที่แย่ ดังนั้น ทุกอย่างทางการเมืองจึงอยู่ที่คน แม้มีระบบที่ดี แต่คนเฮงซวยแล้ว ก็จะมีปัญหาอีก การจะมาจากแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง ถ้าชั่วก็เป็นเหมือนกัน และประเทศย่อมฉิบหายไม่แตกต่างกัน” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ตนหวังว่า นายพิธา จะเสนอความเป็นจริง ออกมายอมรับการฝ่าฝืนกติกาข้อห้ามสมัคร ส.ส. ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับตัวเอง แต่ถ้าคิดว่า จะให้มีสงครามแล้วเกิดประโยชน์กว่าก็เดินหน้าตามตั้งใจ ซึ่งอยู่ที่ต้องคิดกันเอาเอง