‘โอ๊ย อันนี้หนักกว่า!’ ศิโรตม์อุทาน หลังรู้พิธาเจอ กกต.ลุยม.151 ไม่ทราบมีไม้เด็ดอะไร

‘โอ๊ย อันนี้หนักกว่า!’ ศิโรตม์อุทาน หลังรู้พิธาเจอ กกต.ลุยม.151 ไม่ทราบมีไม้เด็ดอะไร

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ทางมติชนทีวี

นายศิโรตม์ กล่าวในตอนหนึ่งถึงประเด็น ‘นักร้อง’ ว่า เริ่มมีคนพูดกันแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไรนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ เกิดทางตันแน่ ต้องคุยเรื่องนายกฯคนนอก ส.ว. ต้องถกเรื่องนายกฯคนนอก แต่ไทม์ไลน์ในโลกที่เป็นจริง กกต. ยังไม่รับคำร้อง พิธายังไม่ได้เข้าสภา แต่ในจินตนาการของคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้ มันต้องเป็นนายกฯคนนอกแล้ว เพราะฉะนั้นดระบวนการความคิดการยื่นคำร้อง กับกระบวนทางการเมือง มันแยกกันไม่ออก จะบอกว่าเป็นการยื่นคำร้องโดยสุจริตใจ ตนคิดว่าอยู่กันมา 9 ปี มันไม่สามารถมองได้แล้ว แต่เป็นการยื่นคำร้องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมืองนอกประชาธิปไตย

และเชื่อมโยงกับองค์กรอิสระและบุคลากรในสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนไม่ได้เลือก เช่น พอมีการยื่นคำร้อง สว. จะขยายประเด็นต่อ และจะเป็นจังหวะที่ กกต. หรือองค์กรอิสระมาบอกว่าจะพิจารณาหรือไม่พิจารณา เพราะฉะนั้น ถ้ามองเป็นเรื่องการเมือง หรือความรู้สึกคน คือ มีกลุ่มนักร้องเป็นตัวเปิด มีสว.เป็นตัวปั่น และมีตัวละครที่จะเคาะ คือ องค์กรอิสระ ซึ่งกกต. จะถูกมองลักษณะนี้

Advertisement

“ตอนเราเริ่มมีรัฐธรรมนูญ 40 ความรู้สึกคนต่อองค์กรอิสระคือแง่บวกอย่างมาก มี กกต. ประเทศมีความหวัง แต่ตอนนี้ความรู้สึกต่อองค์กรอิสระติดลบหมด ทำไมประชาชนเชื่อว่าเรื่องของเพื่อไทยกับก้าวไกล ถ้ายื่นกกต. ยังไงก็โดนสอยแน่ๆ ทั้งที่ความจริงไม่ได้โดนอน่ๆทุกเรื่อง แต่ความเชื่อของคนเป็นอย่างนั้น” นายศิโรตม์กล่าว

ส่วนกรณี กกต. มีมติไม่รับ 3 คำร้อง กรณีถิอหุ้นไอทีวีของนายพิธา เพราะยื่นเกินเวลาตามกฎหมายกำหนด แต่ยังพิจารณาตามมาตรา 151 ลงสมัครทั้งที่รู้ว่าไม่มีคุณสมบัติ หรือมีคุณสมบัติต้องห้าม

นายศิโรตม์ อุทานกลางรายการว่า ‘โอ๊ย อันนี้หนักกว่า’

“ในแง่กฎหมาย 151 หนักกว่า แต่ถ้า กกต. ไม่รับคำร้องกรณีนี้ แล้วจะไปสู่ มาตรา 151 ได้อย่างไรเพราะกรณีนี้มันเกาะเกี่ยวกัน มูลเหตุ 151 มาจากประเด็นข้อกล่าวหาของคุณเรืองไกร ว่าคุณพิธาถือหุ้นไอทีวี โดยถือในฐานะเป็นเจ้าของหุ้น และไอทีวีเป็นสื่อ เพราะฉะนั้น 151 ต้องมีความผิดก่อนว่า พิธารู้ว่าตัวเองผิด คือมีดกเป็นทรัพย์สิน แต่ทรัพย์สินเป็นสื่อ แต่ในเมื่อคำวินิจฉัยเรื่องนี้ไม่มี แล้วจะเป็นฐานความผิด 151 ผมยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน มองได้ 2 แบบ แบบที่ 1 คือ วาระการพิจารณายังไม่ถึง เลยยังไม่เคาะหรือไม่ อย่างที่ 2 คือ มีไม้เด็ดอะไรหรือเปล่า อันนี้ผมไม่รู้” นายศิโรตม์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image