‘ลิณธิภรณ์’ ยัน ‘เพื่อไทย’ เดินหน้าแก้ยาเสพติด ชู 4 ข้อเน้นอุดช่องว่างกฎหมาย ยึดทรัพย์ จูงใจนำจับ ดูแลผู้เสพ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการและรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากรายงาน World Drug Report 2022 ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พบว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ยาเสพติดมีแนวโน้มอายุน้อยลง เด็กและเยาวชนใช้ยาเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่ และใช้ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กำลังรุนแรงทั่วโลก เช่นเดียวกับในประเทศไทยปี 2564 ที่การจับกุมทั้งยาบ้าและไอซ์ยังมากที่สุดในภูมิภาคเเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านขนยาเสพติดไปประเทศปลายทางยังเป็นสถานการณ์รุนแรงอยู่
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า พรรค พท.พร้อมเดินหน้าเต็มที่ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ยังคงรุนแรง ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนเฝ้ารอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไข เป็นอันดับ 2 รองจากปัญหาค่าครองชีพ ย้ำว่าพท.มา ยาเสพติดต้องหมดไป ด้วย 4 วิธีการดังนี้ 1.ปราบปรามผู้ผลิตและผู้ขาย อย่างเต็มรูปแบบรวมไปถึงการยึดทรัพย์ของผู้ผลิตและผู้ขายไปโฟกัสที่ผู้ค้ารายใหญ่ ทำลายอุปสรรคทางกฎหมาย โดยพรรคพท.ได้เตรียมเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายยาเสพติดให้ครอบคลุม เพื่อให้การยึดทรัพย์ของผู้ขายยาเสพติดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ป้องกันการโอนย้ายทรัพย์สินและฟอกเงินในทุกกรณีโดยการนำเอาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปปง.จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายฟอกเงิน มาใช้ควบคู่กับกฎหมายยาเสพติด เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ภาครัฐ
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า 2.หลักการผู้เสพคือผู้ป่วย ยังคงเป็นหลักการสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพิ่มสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติด นำผู้เสพมาบำบัดอย่างจริงจัง สถานบำบัดจะต้องเพียงพอ เมื่อผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูแล้ว รัฐบาลก็ควรต้องจัดหางาน ทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นผู้สร้างโอกาส สร้างรายได้แก่ครอบครัวอย่างมั่นคง 3.เพิ่มมาตรการใช้เครือข่ายภาคประชาชนในการรายงานการระบาดของยาเสพติดในชุมชน เพราะมีความเป็นกลาง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ประชาสัมพันธ์ จูงใจด้วยเงินนำจับตามกฎหมาย 5% โดยมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และ 4.เปิดการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เพื่อเข้าจัดการทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดอย่างถาวร และเข้มงวดกวดขันการลักลอบขนยาตามแนวพรมแดนในทุกช่องทาง
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กรณีล่าสุดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จับกุมเรือขนไอซ์ 900 กิโลกรัม ได้กลางทะเลอ่าวไทย ที่ อ.เสม็ด จ.ระยอง ปลายทางส่งที่ประเทศออสเตรเลีย ในขณะที่ในปีงบประมาณ 2566 จนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังจับกุมยึดไอซ์ได้ 16,000 กิโลกรัม ซึ่งปริมาณมากกว่าปีที่แล้วทั้งปี และปลายทางคือออสเตรเลีย แสดงให้เห็นว่า แม้รัฐบาลปัจจุบันจะใช้วิธีการปราบปรามจับกุมและยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดยังไม่เพียงพอต่อสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน
“ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าเต็มที่ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ยังคงระบาดรุนแรง และในฐานะคณะทำงานด้านการแก้ปัญหายาเสพติด ภายใต้คณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค เราจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การหารือร่วมกัน เพื่อให้การแก้ปัญหายาเสพติดเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คืนความปลอดภัยให้สังคมและคืนอนาคตให้ลูกหลานไทย” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

