เดินหน้าชน : เลิกฟาสต์แทร็กตร.
กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก กรณีตำรวจดีกรีนักร้องลูกทุ่งสาว ที่ใช้เวลาเพียง 4 ปีได้รับการติดยศแบบพุ่งพรวดจาก ส.ต.ต.หญิงเป็น ร.ต.อ. ภายหลังจากเข้ารับการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุ หรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอส.)
หลักสูตร กอส.เกิดขึ้นปี 2538 สมัย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เห็นควรให้ปรับปรุงประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 11 การศึกษา การฝึกและอบรม บทที่ 14 การฝึกอบรมพื้นฐานสำหรับ “ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร” เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
หากดูรายละเอียด วัตถุประสงค์ของหลักสูตรไม่ได้ขี้เหร่อะไร ในการกำหนดคุณสมบัติบุคคลที่จะเข้าอบรมหลักสูตรนี้ได้
1.บุคคลที่พ่อแม่เป็นตำรวจเสียชีวิตในหน้าที่ 2.ขาดแคลนบุคลากรด้านนั้นๆ เช่น งานเฉพาะทาง และ 3.ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ
แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้วเกิดคำถามว่าจะเป็นช่องทางที่จะทำให้เกิดความลักลั่นของการเลื่อนยศเกิดขึ้นหรือไม่
ดังที่มีชื่อของกลุ่มคนในแวดวงไฮโซ คนนามสกุลดัง ที่เข้ามาเป็นตำรวจล้วนแล้วเคยผ่านการอบรมหลักสูตร กอส.
ว่ากันว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่องของหลักสูตรนี้
แต่หากจะสะสาง สังคายนากันอย่างจริงจังแล้ว ควรดูตั้งแต่ต้นทาง การเปิดรับบุคคลเข้ามาเป็นตำรวจ
โดยเฉพาะระเบียบการเปิดรับภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่สามารถรับบุคคลภายนอกในอัตราขาดแคลนเข้ามาเป็นตำรวจโดยไม่ต้องมีการสอบแข่งขัน อย่างบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะทาง เช่น ทางด้านภาษา วิศวกร แพทย์ นักกฎหมาย
ตามหลักการแล้วถือว่ามีประโยชน์ที่จะให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามา แต่บางครั้งก็เปิดช่องให้รับบุคคลในสาขาวิชาชีพที่ไม่ได้ขาดแคลนเข้ามาได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ที่จะอนุมัติอัตราขาดแคลนในแต่ละส่วนงานของ “สตช.”
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีเคสที่สังคมแคลงใจกับการรับบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเป็นตำรวจ อย่างกรณีนักการเมืองชื่อดัง จนทั้ง สตช.และเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจ
จริงอยู่แม้การรับบุคคลเหล่านี้เข้ามาเป็นตำรวจเป็นไปตามหลักเกณฑ์ระเบียบทุกอย่าง
ทั้งกรณีตำรวจหญิงดีกรีนักร้องลูกทุ่งสาว ที่โฆษก ตร.ได้ออกมาชี้แจงว่า การเลื่อนยศร้อยตำรวจเอกหญิงเป็นไปตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยวิธีการแต่งตั้งยศ มีคุณวุฒิปริญญาโท สามารถเลื่อนเป็นร้อยตำรวจเอกได้ภายใน 2 ปี
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นระเบียบฟาสต์แทร็กเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือไม่?
เห็นด้วยกับ รังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ที่มองว่าต้องการให้ตำรวจเกิดความเสมอภาค เท่าเทียม ซึ่งตำรวจชั้นผู้น้อยก็จบปริญญาตรี และมีวุฒิการศึกษาหลายอย่าง มีคุณสมบัติไม่ได้ต่างจากคนที่ผ่านหลักสูตร กอส. แต่ตำรวจชั้นประทวนไม่เคยได้รับโอกาสกลายเป็นว่าต้องรอโอกาสจนถึงอายุ 53 ปี ถึงจะได้ติดยศเป็นนายร้อย
สิ่งสำคัญจะต้องมีการปฏิรูปตำรวจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้นก็จะต้องสร้างความโปร่งใส ให้เกิดความน่าเชื่อถือ และต้องตอบคำถามให้ได้เวลาที่มีการแต่งตั้งโยกย้าย ว่าใครควรได้ตำแหน่งหรือไม่ควรได้
น่าเสียดายว่าระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การปฏิรูปตำรวจไม่ได้เกิดขึ้น
แม้จะมีความพยายามในการผลักดันปฏิรูปตำรวจ มีการตั้งคณะกรรมการถึง 6 คณะ
กรณีของระบบฟาสต์แทร็กในแวดวงตำรวจเป็นอีกหนึ่งในหลายเรื่องที่จะต้องมีการสังคายนา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นที่ยอมรับในสังคม
สุพัด ทีปะลา

