แฟลชสปีช : หลุดลอยจาก‘หัวใจประชาชน’

11.06.23 | 13:37 น.

ทั้ งที่มันควรจะจบแล้ว ประเทศควรเดินหน้าไปตามครรลองที่ควรจะเป็น แต่กลับกลายเป็นว่าเดินต่อไม่ได้ผลการเลือกตั้งชัดเจนแล้วว่าอำนาจประชาชนเลือกฝ่ายไหนให้เข้ามาเป็นตัวแทนบริหารประเทศ แต่โครงสร้างที่มีกลไกสืบทอดอำนาจซ้อนเข้าช่วงชิงการเป็นผู้ตัดสิน โดยมีกฎหมายที่ดีไซน์ไว้รองรับเป็นเครื่องมือ ทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมด

ที่ควรจะจบจึงไม่จบ และส่อแววว่าจะสู้กันยืดเยื้อในแบบที่มองไม่เห็นทางว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

ถึงวันนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้เท่าทันว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองการปกครองประเทศ

คำอธิบายเรื่องนิติสงคราม ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล ดูจะให้ภาพที่ชัดเจนที่สุด

นักร้องเรียน เปิดประเด็นให้องค์การสถาปนาทั้งหลายเข้าควบคุมผลการเลือกตั้งไม่ให้เป็นไปตามการตัดสินใจของประชาชน เป็นปฏิบัติการร่วมกันขององค์การสถาปนาที่กระจายหน้าที่กันไป ไม่เว้นแม้แต่สื่อมวลชนที่ถูกวางให้ปั่นกระแส

Advertisement

ผลการเลือกตั้งที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจ พ่ายแพ้ยับเยิน กำลังถูกนำเข้าสู่กระบวนการพลิกเกมให้อำนาจประชาชน เป็นผู้พ่ายแพ้

เป็นช่วงขบวนการสืบทอดอำนาจ ประสานพลังกันเต็มที่ เพื่อช่วงชิงการยึดครองอำนาจให้ได้ เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว

การระดมสร้างกระแสเพื่อสร้างความชอบเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น ต่างคนต่างลงมือลงแรงกันเต็มที่ชัดเจนอยู่ในการนำเสนอของสื่อเลือกข้าง ที่เสริมทัพด้วย ไอโอจัดตั้งเข้าถล่มกันไม่เลี้ยง

มุ่งมั่นในความสำเร็จ เหมือนที่เคยทำได้อย่างที่แล้วๆ มา

แต่วันนี้ ไม่ใช่วันนั้น

พรรคก้าวไกล มีบทเรียนทั้งจากไทยรักไทยพลังประชาชนเพื่อไทยและจดจำไม่รู้ลืมจากอนาคตใหม่

นิติสงคราม ที่ใช้กลยุทธ์เดิมไม่ง่ายดายเหมือนเมื่อก่อน

เมื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชัดเจนว่าเป็นผู้นำที่ประชาชนเลือกแล้ว และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน

เป็นการเลือกอย่างลอยลำ และสนับสนุนอย่างขาดลอย ไม่เห็นว่าใครจะมาเทียบได้

ความพยายามที่จะขจัดด้วยการประสานปฏิบัติการของขบวนการสืบทอดอำนาจ ที่เคยประสบความสำเร็จง่ายดาย เที่ยวนี้กลับถูกตอบโต้ถึงพริกถึงขิง ด้วยความตื่นตัวของพลังมวลชนที่ให้การสนับสนุน

ความเข้มข้นของนิติสงคราม แสดงให้เห็นในขั้นตอนที่ปิยบุตร บอกว่ากระบวนการนำเรื่องการเมืองซึ่งอยู่ในมือศาลแล้ว เอาไปไว้ในมือสื่อ หรือ Mediatization of Judicial/Political Cases”

เกมที่ขยายประเด็นโดยสื่อช่วงนี้จึงเข้มข้น และน่าสนใจในการติดตามอย่างยิ่ง เนื่องด้วยในยุคสมัยที่แค่ชี้นำไม่พอ ต้องมีกระบวนการให้เห็นว่าชี้นำแล้วประสบความสำเร็จในการสร้างผู้เดินตามด้วย

แต่ละการเปิด ขยายประเด็นจึงเห็นการตอบรับ ในโลกออนไลน์จากผู้เข้าไปติดตาม แบบแบ่งพวกแบ่งฝ่ายไล่ถล่มกันดุเดือด

ขบวนการไอโอ ถึงจังหวะที่จะไล่ถล่มกันเอาเป็นเอาตาย

ที่น่าสนใจยิ่งคือ ความแตกต่างระหว่างไอโอรับจ้างกับด้อมอาสา ดูจะชัดเจนยิ่ง ในเรื่องความหนักแน่นของการให้ข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล กับการปั่นกระแสด้วยเฟคนิวส์ และความเห็นแบบคิดไปเอง

การต่อสู้คงยืดเยื้อออกไปอีกยาวนาน และประเมินได้ยากว่าที่สุดแล้วระหว่างอำนาจสถาปนา กับอำนาจประชาชนฝ่ายไหนจะเป็นผู้นำพาประเทศ

เพียงแต่ที่แน่ๆ คือมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

และที่เปลี่ยนไปคือหัวใจประชาชนส่วนใหญ่ที่เหลือการยอมรับไว้ให้ขบวนการสืบทอดอำนาจ

การ์ตอง