สกู๊ปพิเศษหน้า 1 มติชน : พลิกแฟ้มโลก เช็กบิลผู้นำรัฐประหาร
เป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า เมื่อพรรคก้าวไกลนำการจัดตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรคเป็นผลสำเร็จ จะทำการเช็กบิล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ เมื่อลงจากตำแหน่งไป ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำการทำรัฐประหารเมื่อ 8 ปีก่อน
แม้คำตอบของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะไม่ได้ฟันธงว่าเป็นการเช็กบิลเอาคืน หากแต่ใช้ถ้อยคำอันละมุนละม่อม
กว่าจะดำเนินการไป “ตามระบบ” พร้อมอนุมานเอาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยินดีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบว่ามีการกระทำมิชอบอันใดเกิดขึ้นหรือไม่ในรัฐบาลประยุทธ์
โดยที่นายพิธายืนยันว่า นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่จะต้องเช็กบิล (Revenge) หากแต่ต้องการให้เกิด “วัฒนธรรมรับผิดรับชอบ” (Accountability) หากเรามองย้อนกลับไปดูในหน้าประวัติศาสตร์โลก ก็มีหลายเหตุการณ์ของการก่อรัฐประหารโดยผู้นำทหารเกิดขึ้นในหลายประเทศผู้นำเผด็จการทหารเหล่านั้นต่างมีจุดจบแห่งอำนาจที่แตกต่างกันไป รวมถึงการไปชดใช้ผลกรรมในคุก หลังถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหนึ่งในผู้นำก่อรัฐประหารที่โลกจดจำได้ดีคือกรณีของ นายพลคีนาน เอฟรอน อดีตประธานาธิบดีตุรกี ที่นำกองทัพก่อรัฐประหารเป็นครั้งสุดท้ายในประเทศตุรกี เมื่อปี ค.ศ.1980 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตุรกีมีการต่อสู้ทางอำนาจอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มฝ่ายขวากับฝ่ายซ้าย โดยนายพลเอฟรอนยึดครองอำนาจปกครองตุรกีเป็นเวลานานถึง 9 ปี ก่อนจะสิ้นอำนาจ
หลังลงจากตำแหน่งเขาถูกไล่ตามเช็กบิลจากรัฐบาล ฝ่ายค้านและประชาชนชาวตุรกี ที่ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอาผิดเขาในภายหลัง ฐานทำรัฐประหารและขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ที่นำไปสู่การนองเลือด มีการสังหารประชาชนไปราว 50 ราย และจับกุมประชาชนไปมากกว่า 5 แสนคน โดยยังมีผู้เสียชีวิตจากการถูกคุมขังและการหายตัวไปของผู้คนอีกจำนวนมาก
นายพลเอฟรอน ถูกศาลตุรกีตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ปี 2014 พร้อมถูกถอดยศ แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพและมีอายุมาก เขาจึงไม่ได้ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ กระทั่งวันที่ 9 พฤษภาคม 2015 อดีตนายพลเอฟรอนได้เสียชีวิตลงขณะอายุ 97 ปี ปิดฉากชีวิตของผู้นำทหารมือเปื้อนเลือดที่ไม่เคยกล่าวแสดงความเสียใจต่อการยึดอำนาจ ที่เขาอ้างว่าเป็นความจำเป็นเพื่อป้องกันความวุ่นวายในบ้านเมือง!
อีกประเทศ ฆอร์เฆ ราฟาเอล บิเดลา ผู้นำเผด็จการทหาร ที่ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของชาวอาร์เจนไตน์ ในปี 1976 หลังทำรัฐประหารโค่นอำนาจ อิซาเบล เปรอน ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของอาร์เจนตินาเป็นผลสำเร็จ ในยุคปกครองของบิเดลา ระหว่างปี 1976-1981 ถูกกล่าวขวัญว่าเต็มไปด้วยความโหดร้าย
มีการปราบปรามจับกุม รวมถึงการลักพาตัว บังคับสูญหาย และวิสามัญฆาตกรรมเหล่านักเคลื่อนไหวและนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ประเมินกันว่ามีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลบิเดลาราว 13,000-30,000 คน ที่ถูกอุ้มหายไปในยุคผู้นำเผด็จการอาร์เจนไตน์ผู้นี้ การฟื้นคืนกลับมาของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยในปี 1985 ทำให้เวลาแห่งการชดใช้กรรมจากการปกครองที่กดขี่ของบิเดลาเริ่มต้นขึ้น เขาถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อชำระความในข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ใช้อำนาจโดยมิชอบ และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
บิเดลา ถูกกักตัวอยู่ในบ้านพักจนกระทั่งถึงวันที่ 10 ตุลาคม ปี 2008 เขาถูกนำตัวส่งไปคุมขังยังศาลทหาร หลังการพิจารณาคดีใหม่เมื่อ 22 ธันวาคม ปี 2010 บิเดลาถูกศาลพิพากษาโทษ
จำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำพลเรือนจากกรณีการเสียชีวิตของนักโทษการเมือง 31 คน ที่ถูกทรมานอย่างเหี้ยมโหดในช่วงที่เขาอยู่ในอำนาจ
5 กรกฎาคม ปี 2012 บิเดลาถูกศาลตัดสินจำคุกอีก 50 ปี ในข้อหาลักพาตัวเด็กอย่างเป็นระบบ แต่ในปีต่อมา บิเดลา ที่มีอายุ 87 ปี ได้เสียชีวิตลงในเรือนจำมาร์โกสปาซ หลังจากประสบเหตุลื่นล้มในห้องน้ำที่เกาหลีใต้ เป็นอีกประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดจากการปกครองโดยผู้นำเผด็จการทหาร หนึ่งในนั้นคือ นายพลปาร์ก จุงฮี ที่ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งแรกจากทำรัฐประหารในปี 1961 และอยู่ในอำนาจทอดยาวถึง 18 ปี ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่เอื้อให้ตนเองอยู่ในอำนาจ โดยการกำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้ไม่มีวาระสิ้นสุด จนก่อให้เกิดการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างกว้างขวางของกลุ่มนักเคลื่อนไหวแต่รัฐบาลได้ใช้กำลังรุนแรงเข้าปราบปรามจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเมื่อนายพลปาร์ก จุงฮี ถูกลอบสังหารเสียชีวิตเมื่อ 26 ตุลาคม ปี 1979 นั่นเป็นจุดผลัดเปลี่ยนอำนาจเผด็จการทหารสู่มือ นายพลชุน ดูฮวาน อดีตผู้บัญชาการกองทัพเกาหลีใต้ ที่ก่อรัฐประหารซ้ำยึดอำนาจควบคุมประเทศในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน และก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 5 ของเกาหลีใต้
ภายหลังทำรัฐประหาร นายพลชุน ดูฮวาน ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก จำกัดสิทธิของนักกิจกรรมทางการเมืองและสื่อมวลชน ปิดรัฐสภาและมหาวิทยาลัย จับกุมผู้เห็นต่าง รวมถึงใช้กำลังทหารและอาวุธครบมือเข้าปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่เมืองกวางจูในปี 1980 เหตุนองเลือดครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 191 ราย
ตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่นายพลชุน ดูฮวาน กุมอำนาจปกครอง เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับการกดขี่ทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันเศรษฐกิจเกาหลีใต้ก็เติบโตมากเช่นกัน ในปี 1995
นายพลชุน ดูฮวาน ถูกตั้งข้อหากบฏและถูกศาลสั่งประหารชีวิต แต่ต่อมาได้รับการอภัยโทษจาก คิม ยองซัม ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในขณะนั้น ด้วยเหตุผลเพื่อความสมานฉันท์ภายในชาติ ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกจากคุกในปี 1997 กระทั่งเสียชีวิตจากหลายโรครุมเร้าในปี 2021 ในวัย 90 ปี
มาที่เมียนมา นายพลเนวิน ผู้ถูกขนานนามว่าเป็น “ผู้ทำลายล้างเมียนมา” จากการก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของอูนุ เมื่อปี 1962 เป็นอีกหนึ่งผู้นำทหารที่พบจุดจบที่น่าเจ็บปวด หลังการครองอำนาจยาวนานถึง 26 ปี แต่กลับนำพาเมียนมาที่เคยเฟื่องฟูให้ประสบกับชะตากรรมที่จมดิ่งและเศรษฐกิจของประเทศต้องพังพินาศ
เขาถูกบังคับให้ลงจากตำแหน่งในปี 1988 หลังเกิดเหตุการณ์ลุกฮือ “8888” ที่ประชาชนเมียนมาก่อการจลาจลครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านรัฐบาลทหารของนายพลเนวินเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ปี 1988 แน่นอนว่าประชาชนถูกปราบปรามอย่างหนักจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่สิ่งที่ค่อยๆ เงียบหายไปด้วยคือข่าวคราวของนายพลเนวิน ซึ่งเชื่อว่าเขายังคงกุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง
แม้จะพยายามยื้ออำนาจเอาไว้ แต่นายพลเนวินกลับพบจุดจบของชีวิตด้วยความอัปยศ โดยในปี 2002 ตอนที่นายพลเนวินมีอายุกว่า 90 ปี ยังถูกจับและโดนกักบริเวณในบ้านพักริมทะเลสาบของตนเองในย่างกุ้ง ก่อนเสียชีวิตลงในวันที่ 5 ธันวาคม ปีเดียวกัน ข่าวการตายของเขาถูกปิดเงียบและทำการฌาปนกิจอย่างเร่งรีบ ไร้ซึ่งเกียรติภูมิของอดีตผู้ปกครองทหารผู้ยิ่งใหญ่
แม้กาลจะผ่านไปหลายสิบปีจากวันนั้นถึงวันนี้ชาวเมียนมาก็ยังหนีไม่พ้นเงื้อมมือของผู้นำเผด็จการทหาร เมื่อพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นำกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี ฉุดประเทศดำดิ่งสู่ยุคมืดของอำนาจเผด็จการทหารอีกคำรบ
ส่วนเส้นทางแห่งอำนาจของผู้นำทหารที่ก่อการยึดอำนาจโดยมิชอบอย่าง มิน อ่อง ลาย จะเดินไปสู่จุดจบอย่างไรและจะถูกเช็กบิลเอาคืนตามกระบวนการทางกฎหมายที่มีอยู่หรือไม่ ต้องติดตาม
เช่นเดียวกับประเทศไทยวัฒนธรรมรับผิดรับชอบกับการทำรัฐประหารจะเกิดเป็นรูปธรรมแบบไหนอย่างไร!?!

