หน้าแรก การเมือง วัดใจ ‘6 เสือ...

วัดใจ ‘6 เสือ กกต.’ ประทับตราก่อน สอย ส.ส.ทีหลัง

12.06.23 | 05:45 น.

วัดใจ ‘6 เสือ กกต.’ ประทับตราก่อน สอย ส.ส.ทีหลัง

ผ่านพ้นการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ใกล้จะครบหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทว่ายังไร้วี่แววที่ 6 เสือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างเป็นทางการ
ท่ามกลางคำถามและข้อสงสัยมากมายว่าเหตุใด กกต.ยื้อเรื่องให้ช้าและเตะถ่วงเนิ่นนานมากขนาดนี้ ไฉนจึงยังไม่ประกาศรับรองไปก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตที่ไม่มีการร้องเรียนหรือคัดค้านการเลือกตั้ง

กระทั่งล่าสุด กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บุกทวงถามความคืบหน้า พร้อมขีดเส้นเดดไลน์ ให้เร่งประกาศการรับรองผลให้ได้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในวันที่ 20 มิถุนายน หรือโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีการประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดประชุมรัฐสภาโหวตนายกรัฐมนตรี และเปิดทางให้พรรคผู้ชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ

ทว่า ตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 กำหนดให้ กกต.ต้องตรวจสอบเบื้องต้นก่อนและเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงจะประกาศผลการเลือกตั้งได้ ซึ่งต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง นั่นคือวันที่ 13 กรกฎาคม

ขณะที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 127 กำหนดให้ต้องรับฟังรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้ง และข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย

Advertisement

ประกอบกับกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า การประกาศรับรองผลนั้น กกต.ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 จะไม่สามารถค่อยๆ ทยอยประกาศผลไปได้ ซึ่งมีความแตกต่างจากการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่ทยอยประกาศเป็นล็อตๆ ได้

ทั้งนี้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน พบว่า ขณะนี้มีผู้ชนะการเลือกตั้งหรือว่าที่ ส.ส. ถูกร้องเรียนคัดค้านผลการเลือกตั้งประมาณ 20-30 คน จากทุกพรรคการเมือง ในประเด็นการซื้อสิทธิขายเสียง การหาเสียงหลอกลวง ใส่ร้ายป้ายสี

ฉะนั้น ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่เพียงพอถึงร้อยละ 95 ของ ส.ส.เขตทั้งหมด หรือ 380 คน ที่ กกต.จะประกาศรับรองผลให้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น กกต.ยังได้มีมติสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 47 หน่วยเลือกตั้ง 16 จังหวัด แบ่งเป็นแบบบัญชีรายชื่อ 31 หน่วยเลือกตั้ง และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 16 หน่วยเลือกตั้ง แม้ กกต.จะออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าการนับคะแนนบางหน่วย โอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงผลคะแนนแพ้ชนะแทบจะเป็นศูนย์เลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่งหนังสือด่วนแจ้งไปยังสำนักงาน กกต.จังหวัด ให้รีบส่งรายงานความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วย ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด ผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ความเห็นเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้ง ว่าควรประกาศ หรือไม่ควรประกาศ และกรณีที่ไม่ประกาศผลมีเรื่องร้องเรียนตามมาตราใด

ด้วยเหตุนี้ จึงมีแนวโน้มว่าช่วงกลางสัปดาห์นี้ สำนักงาน กกต.เตรียมชงเรื่องให้ 6 เสือ ทยอยพิจารณาประกาศรับรองผล โดยล็อตแรก เริ่มจากว่าที่ ส.ส.กลุ่มสีขาว ปราศจากไร้เรื่องร้องเรียน ซึ่ง กกต.มองว่าจะเป็นกลุ่มที่เคลียร์ง่าย และพิจารณาได้จบไวสุด

ส่วนผู้ชนะการเลือกตั้งหรือว่าที่ ส.ส.ที่อยู่กลุ่มสีเทา เนื่องจากถูกร้องคัดค้านการเลือกตั้งนั้น ตามขั้นตอน กกต.ต้องสืบสวนข้อเท็จจริงว่ามีมูลตามคำร้องหรือไม่

โดยช่วงระหว่างก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจเต็มที่จะพิจารณาแจก “ใบส้ม” หากมีหลักฐานว่ามีผู้สมัครกระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ผลที่ได้รับคือ กกต.ระงับสิทธิผู้สมัครเป็นเวลา 1 ปี และสั่งเลือกตั้งใหม่

รวมทั้ง “ใบเหลือง” หากพบเหตุต้องสงสัยหรือทุจริตก่อนหรือระหว่างการเลือกตั้ง ผลที่ได้รับคือ สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้ง สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่บางหน่วย หรือทุกหน่วยเลือกตั้ง

ส่วนหลังประกาศผลการเลือกตั้ง หาก กกต.มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเขตเลือกตั้งมีการทุจริต แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นการกระทำของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งหรือไม่ ผลที่ได้รับคือ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเลือกตั้งใหม่ได้

สำหรับ “ใบแดง” จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหลังประกาศผลการเลือกตั้งไปแล้ว หาก กกต.มีหลักฐานเชื่อได้ว่าผู้สมัครมีส่วนร่วมหรือกระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ส่งศาลฎีกาพิจารณา หากศาลฎีการสั่งว่ามีความผิดจริง ผลที่ได้รับคือ ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครที่ทำผิด และสั่งเลือกตั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.แบบแบ่งเขตพร้อมกัน 349 คน (จาก ส.ส.เขตทั้งหมด 350 คน) เหลือเพียง 1 เขต ที่สั่งแขวนไม่ได้ประกาศ นั่้นคือเขต 8 เชียงใหม่ โดย กกต.มีมติสั่งให้ยกเลิกการเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมทั้งแจกใบส้ม นายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้ได้รับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทย

ฉะนั้น การเลือกตั้งปี 2566 จึงเป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งว่า ท้ายที่สุดแล้ว กกต.จะตัดสินใจประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.ทั้ง 400 เขตไปก่อนแล้วค่อยมาสอยภายหลัง หรือสั่งแขวนว่าที่ ส.ส.คนใดไว้ก่อนหรือไม่ เพราะหลังจากพิจารณาประกาศรับรอง ส.ส.แบบแบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว คิวถัดไปที่ต้องพิจารณานั่นคือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น่าลุ้นว่าชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งเป็นว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ลำดับที่ 1 กกต.จะไฟเขียวประกาศรับรองให้เป็น ส.ส.ไปก่อนหรือไม่
เนื่องจากขณะนี้นายพิธากำลังถูก กกต.ตั้งกรรมการไต่สวนสืบสวน กรณีความปรากฏว่าเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง จากการถือหุ้นไอทีวี และรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังสมัครรับเลือกตั้ง เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42 (3) และมาตรา 151 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่

มีแนวโน้มว่า กกต.จะเร่งปิดจ๊อบประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายนเพื่อให้ทันก่อนที่นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี 1 ใน 6 เสือ กกต. จะมีอายุครบ 70 ปี ในวันที่ 28 มิถุนายน ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส่งผลให้เหลือกรรมการปฏิบัติหน้าที่เพียง 5 คน

จึงชิงลงมือรับรองก่อน