เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ว่า วงการสงฆ์ได้กล่าวถึงแผนการถ่วงรั้งการเสนอทูลเกล้าฯ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 เอาไว้จนกว่า สมเด็จช่วงจะเสียชีวิตไปเอง
นายจตุพร กล่าวว่า แผนการนี้จะอ้างเหตุการณ์ไม่สงบมายื้อเวลา ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ยืนยันถึงความไม่สงบด้วยเช่นกัน ดังนั้น แนวโน้ม จะไม่นำชื่อสมเด็จช่วงเสนอทูลเกล้าฯเพื่อสถาปนาให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) จึงแสดงถึงรัฐบาลต้องการถ่วงรั้งให้สมเด็จช่วงเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จสังฆราชตลอดไป
“พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่า จะตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นคนอื่นไม่ได้ นั่นเท่ากับต้องตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุด และเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ปี 2535 แต่รองนายกรัฐมนตรีคนนี้กลับยื้อเวลาให้เกิดความสงบก่อน ซึ่งความไม่สงบนั้น เกิดมาจากแก๊ง 3 พ. ทั้งนั้น โดยคณะสงฆ์ทั้งธรรมยุต และมหานิกาย ไม่ได้เป็นปัญหา ดังนั้น หากไม่แต่งตั้งหรือไปแต่งตั้งคนอื่นจะเกิดปัญหาใหญ่ที่สุดในวงการสงฆ์” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพรอ้างว่า “แก๊ง 3 พ. เหล่านี้อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลทั้งสิ้น และยังเคลื่อนไหวต่อต้านการแต่งตั้งสมเด็จช่วงไม่ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ดังนั้น ความไม่สงบที่เกิดขึ้นจึงมาจากคนของรัฐบาลนั่นเอง ส่วนทหารใช้รถฮัมวีไปสกัดพระสงฆ์ ไม่ให้รถอาหารและสุขาเข้าไปในพุทธมณฑลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ผู้มีอำนาจจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่การให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจกันเองจึงเป็นปัญหา พระสงฆ์มีความรู้สึกว่า มากไป เพราะเมื่อนำไปเปรียบกับพุทธอิสระนำประชาชนไปหน้าสถานทูตอเมริกายังไม่มีการสกัดกั้น และยังไม่เคยเรียกไปปรับทัศคติใดๆ เลย จึงทำให้พุทธอิสระกับพวก แก๊ง 3 พ. เคลื่อนอย่างอิสระ ซึ่งพระสงฆ์ไม่สบายใจ”
นายจตุพร กล่าวว่า การแสดงพลังของพระสงฆ์ที่พุทธมณฑลต้องยุติลง เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร นิมนต์พระเมธีธรรมาจารย์ ไปเจรจาที่ทำเนียบรัฐบาล และคณะสงฆ์ได้ยืนหนังสือ 5 ข้อ ให้รัฐบาลดำเนินการ ประกอบด้วยที่สำคัญคือ รัฐบาลต้องเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ตาม มติ มส. รวมทั้งต้องห้ามหน่วยของรัฐมาก้าวก่ายเรื่องทางสงฆ์ และรัฐบาลต้องไม่ข่มขู่ คุกคามต่อคณะสงฆ์ ด้วยการใช้กฎหมาย จึงทำให้การแสดงพลังของคณะสงฆ์ต้องยุติลง ทั้งๆ ที่ในวันนี้พระสงฆ์ทั่วประเทศจะมาสมทบมากมายอย่างมืดฟ้ามัวดิน
อย่างไรก็ตาม พรบ.คณะสงฆ์ปี 2535 ระบุชัดเจนว่า มติต้องเลือกผู้อาวุโสโดยสมณศักดิ์ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งสมเด็จวัดปากน้ำ เข้าข่ายทุกประการ ประกอบสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และเป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ได้เสนอสมเด็จช่วงขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 จึงแสดงถึงการไม่ยอมตกเป็นเหยื่อของพวกเสี้ยมให้ฝ่ายธรรมยุตกับมหานิกายเกิดความขัดแย้งกัน
นายจตุพร กล่าวว่า ฝ่ายขัดขวางการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ยังเคลื่อนไหวกันต่อเนื่อง นายไพบูลย์ พยายามยกปมพระลิขิตมากล่าวหาเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แต่พระลิขิตเป็นฉบับปลอม หากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช มีพลานามัยแข็งแรง และต้องการให้เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายปาราชิก แล้วจับสึกจากพระแล้ว ท่านคงทรงจัดการเองไปแล้ว รวมทั้งคดีในศาลนั้น ก็สิ้นสุดที่ศาลชั้นต้นไปแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์ จึงทำให้ มส. ยุติการพิจารณากรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
นอกจากนี้ พวกแก๊ง 3 พ. ยังโจมตีรถหรูที่อยู่ในพิพิธภัณท์วัดปากน้ำ เพื่อให้สมเด็จช่วงมั่วหมอง ดังนั้น เจตนาของกลุ่มนี้ต้องการล้มการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปการปกครองของคณะสงฆ์ไทย โดยการเลิกสมณศักดิ์ เพื่อทำให้พระเท่ากันหมด
นายจตุพร กล่าวว่า พุทธะอิสระเคยประกาศตัดขาดกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช แต่ล่าสุดได้ประกาศยอมถูกตัดหัว ถ้ากำจัดอลัชชีให้พ้นไปได้ นอกจากนี้ ได้มีคำพิพากษาศาลแพ่งให้พุทธะอิสระกับพวกชดใช้เงินกรณียึดดีเอสไอ 1.4 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้จึงแสดงว่า พุทธอิสระเป็นพระดีของไทยอย่างนั้นหรือ ดังนั้น ถ้าเอาคนเดียวเป็นตัวตั้งเพื่ออ้างความไม่สงบนั้น ก็เป็นพวกแก๊ง 3 พ. คนที่อยู่ใกล้อำนาจรัฐในทำเนียบรัฐบาลทั้งนั้น
ถ้ารัฐบาลไม่พยายามกระทำการใดๆ แล้ว ขอเตือนไว้ก่อนว่า เหตุการณ์ที่พุทธมณฑลยังไม่ใช่ของจริง ส่วนของจริงจะมหึมา เมื่อพุทธอิสระเพียงรูปเดียวสามารถหยุดยั้งคณะสงฆ์ได้ และกระทำการใดๆ ยังได้อีก แสดงว่า เป็นพระที่ใหญ่มาก จนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่กล้าแตะต้อง และยังกลัวคำขู่ “ตัดขาดอาจารย์กับศิษย์” ดังนั้น การแสดงสังฆามติเมื่อวานที่พุทธมณฑล เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าเหตุการณ์ไม่เป็นตามหลักกฎหมายและความเป็นจริงนั้น อย่าคิดว่าจะหยุดอะไรได้ง่ายๆ อีก

