ขณะที่การเมืองยังคุกรุ่น ฝุ่นตลบ ไม่รู้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะลงเอยเมื่อไร โฉมหน้าจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจก็ยังต้องเดินหน้าต่อ อาจจะช้ากว่าปกติบ้าง แต่ไม่อาจหยุดนิ่งได้
ยิ่งภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ที่การส่งออกทรุดฮวบลง จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ขณะที่การท่องเที่ยวก็ซึมๆ เพราะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น
ส่วนด้านการลงทุนแม้เอกชนทั้งในและต่างชาติ ส่วนใหญ่รอดูสถานการณ์การเมือง แต่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้ใส่เกียร์ว่าง อย่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ยังตระเวนโรดโชว์ดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่
เมื่อไม่นานมานี้ ไปโรดโชว์ที่จีน จีบผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของจีนมาลงทุนในไทย
พร้อมจับมือกับมณฑลอานฮุย ตั้งคณะทำงานส่งเสริมความร่วมมือการพัฒนานิคมฯอัจฉริยะ ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว เล็งลงทุนสร้างสมาร์ทซิตี้ ร่วมกับเอกชนไทย
จากนั้น บุกไปเกาหลีใต้ มีเอกชนหลายรายสนใจลงทุนในนิคมฯพื้นที่อีอีซี อาทิ กลุ่มกิจการผลิตรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า กลุ่มกิจการผลิตที่เคลือบกระจกรถยนต์แบบพิเศษกันฝ้า กลุ่มกิจการเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์ และกลุ่มผลิตอะไหล่ยานยนต์
อีกทั้ง ยังสนใจลงทุนกับ กนอ. ตั้งนิคมอุตสาหกรรมและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพลังงานทางเลือก มูลค่าการลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท
นอกจากการเดินสายโรดโชว์แล้ว กนอ.ก็ต้องปรับลุคองค์กรใหม่ ให้สอดรับกับโลกการลงทุนยุคใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเร็วรี่
“นรินทร์ กัลยาณมิตร” ประธานบอร์ดการนิคมฯ ย้ำว่า กนอ.ต้องปรับโฉมการให้บริการ พัฒนารูปแบบ และวิธีการทำงาน ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อนำอุตสาหกรรมเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง
เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์รอง “I-EA-T Elevation” ผ่านเครื่องหมาย “Infinity” 3 คู่ เชื่อมโยง 3 ส่วน ภายใต้คอนเซ็ปต์ พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน
ตราสัญลักษณ์เปรียบเสมือนตัวกลางสะท้อนถึงการดำเนินงานและภาพลักษณ์ใหม่อันทันสมัยขององค์กร สื่อถึงวิสัยทัศน์ที่มั่นคงและก้าวไกล ในมิติที่หลากหลาย ให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่สากล ผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“วีริศ อัมระปาล” ผู้ว่าการ กนอ. เสริมว่า กนอ.ร่วมผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตมาตลอดกว่า 50 ปี จำเป็นต้องปรับตัวและเพิ่มสมรรถนะให้เข้มแข็ง ก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมของโลก พร้อมนำเครือข่ายและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ เข้าสู่ระดับสากล
จึงปรับแนวคิด วิธีการทำงาน การให้บริการ รวมถึงภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัยและเป็นสากลยิ่งขึ้น โดยร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปรับภาพลักษณ์พร้อมออกแบบ “ตราสัญลักษณ์รอง” ผ่านการโหวตจากบุคลากร กนอ. และผู้พัฒนาอุตสาหกรรมกว่า 400 คน เพื่อใช้สื่อสารในระดับชาติ และนานาชาติ
ตราสัญลักษณ์ยังคงรูปแบบเดิม คือ ฟันเฟือง 6 แฉกสีม่วงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรม แต่ในตราสัญลักษณ์รอง ใช้เครื่องหมาย Infinity 3 ตัวร้อยเรียงกัน แสดงถึงภารกิจหลักใน 3 มิติ ได้แก่ การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การดูแลชุมชนอย่างเข้าถึง และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ตราสัญลักษณ์รอง ช่วยตอกย้ำภารกิจ กนอ.คือ Co-Creation หรือผู้ร่วมสร้างสรรค์การพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยกับภาคีเครือข่าย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การนำพาอุตสาหกรรมไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน รองรับการลงทุนยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนเร็วขึ้นกว่าเดิม
สัญญา รัตนสร้อย

