09.00 INDEX สถานการณ์ พลิกกลับ ตาลปัตร พันธมิตร เพื่อไทยก้าวไกล แกร่ง
ไม่ว่าการปล่อยยุทธการ “แปรไอทีวี” หวนกลับไปเป็น “สื่อ” ไม่ว่าการขุด “เสื้อเหลือง” สัญจรจากด้ามขวานมาสร้างสีสันให้กับพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย
มีเป้าหมายแจ่มชัด มีเป้าหมายเดียว นั่นก็คือ กระหน่ำเข้าใส่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขยายแผลให้กับพรรคก้าวไกล
โดดเดี่ยว “พรรคก้าวไกล” ออกต่างหากจาก “พรรคเพื่อไทย”
ทุกอย่างดำเนินไปบนเส้นทางเดียวกันกับความพยายามของอดีต “แกนใหญ่” พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับความพยายามของเครือข่ายมวลมหาประชาชน “กปปส.”
นั่นก็คือ โยง “มหาอำนาจ” ตะวันตกเข้ามาแทรกแซงเพื่อหวนกลับเข้ามายึดครองไทยผ่านพรรคก้าวไกล ขยายความสงสัยใน เรื่อง “แบ่งแยกดินแดน” เข้าใส่พรรคก้าวไกล
ก่อสถานะ “ตั้งรับ” ในทางการเมืองให้เป็นของพรรคก้าวไกล
ก่อให้เกิดความหวาดระแวงภายในพันธมิตรระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกลบนฐานแห่ง MOU
สร้างเงื่อนไขให้สถานะแห่ง “ระบอบ 3 ป.” ดำรงอยู่ในจุดอันเป็นความหวังเดียวในทางการเมือง
แยกพรรคเพื่อไทยออกห่างจากวิถีแห่งพรรคก้าวไกล
ยุทธศาสตร์นี้ดำรงอยู่ภายในแนวทางแห่ง “ระบอบ 3 ป.” อย่างมั่นคงตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง และยิ่งเร่งปฏิบัติการอย่างเข้มข้นขึ้น ภายหลังผลการเลือกตั้งปรากฏออกมา
หากประเมินจากกระบวนการโหมกระหน่ำในกรณีการถือครองหุ้นไอทีวีของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็เห็นในความล้มเหลว
รูปธรรมแห่งความล้มเหลวสัมผัสได้จากท่าทีอันออกมาจากทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธ ว่ามิได้เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย
เท่ากับตัดทุก ”คัตเอาต์” ของการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะมองผ่าน คนของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมองผ่านคนของพรรคภูมิใจไทย
เท่ากับตอกย้ำยอดคำเท่ซึ่งเป็นบทสรุปจากปากของ นายเนวิน ชิดชอบ เมื่อบอก นายทักษิณ ชินวัตร ว่า “มันจบแล้วนาย”
เมื่อทุกอย่างไปเกมอยู่ที่คำว่า “มันจบแล้วนาย” เป้าหมายที่ต้องการเห็นการถอยออกของพรรคเพื่อไทยไปอยู่ในสถานะแห่ง
ความเป็น “ต่างหาก” จากพรรคก้าวไกลก็เรียวลง คับแคบยิ่ง
กลายเป็นว่า “สถานการณ์” ยิ่งมัด 2 พรรคเป็น “เนื้อเดียว”
สถานการณ์กลับบีบรัดจากโดยรอบให้พรรคเพื่อไทยต้องกระชับความเป็นพันธมิตรภายในแนวร่วม “ประชาธิปไตย” อยู่กับ พรรคก้าวไกลไปอีกยาวนาน
ไม่ว่าความต้องการจาก “ระบอบ 3 ป.” จะดำรงคงอยู่อย่างไรก็ตาม

