หน้าแรก การเมือง เปิดเบื้องหลั...

เปิดเบื้องหลังวาทะรองผอ.สำนักพุทธ อ.ภาคปรัชญา ชี้ ‘ถ้าพระเชื่อ ก็ไปกันใหญ่’

15.06.23 | 18:40 น.

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน สืบเนื่องกรณี นางกณิกนันต์​ ล้อสีทอง​ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวพาดพิงพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเยอะ ว่าดูเหมือนมีนโยบายไม่อุดหนุนองค์การทางศาสนา กระทั่ง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาตั้งคำถามว่าทางสำนักพุทธฯ มีหลักฐานใด นอกจากนี้ นักวิชาการด้านศาสนา และกระแสสังคมยังวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง (อ่าน ‘จตุรงค์’ อัด รองผอ.สำนักพุทธ เอาอะไรมาพูด จะกล่าวอะไรต้องมีหลักฐาน)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้สัมภาษณ์ ‘มติชนออนไลน์’ ในกรณีดังกล่าวว่า เคยได้รับทราบข้อมูลในลักษณะนี้มาแล้วในช่วงก่อนเลือกตั้ง โดยมีการ ‘ส่งต่อ’ กันผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ ‘ไลน์’ ซึ่งตนเคยได้รับเอกสารดังกล่าวจากเพื่อนคนหนึ่ง เนื้อหามีความคล้ายคลึงกับการปลุกระดมว่านโยบายพรรคก้าวไกลเป็นเช่นนั้น

“เข้าใจว่าบรรดาพระทั้งหลายในไลน์กรุ๊ปใหญ่ๆ ก็ได้เอกสารพวกนี้ด้วย ประกอบกับท่าทีของพรรคก้าวไกลที่มีต่อข้อห้ามเรื่องการดื่มสุราในวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมองว่าต้องมีการทบทวน พระอาจไม่ค่อยชอบแนวนี้ หรืออย่างคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ซึ่งผลักดันสุราก้าวหน้า คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ตั้งคำถามเรื่องการห้ามขายเหล้าในวันพระ ว่าประเทศไทยไม่ได้มีแต่ชาวพุทธ คล้ายๆ กับว่าเหมือนให้ยกเลิกอะไรพวกนี้ ท่าทีของพรรคก้าวไกลจึงกระเทือนผู้รักศาสนายิ่งชีพทั้งหลาย” ผศ.ดร.ชัยณรงค์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงท่าทีของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ควรเป็นเช่นไร ผศ.ดร.ชัยณรงค์ ตอบว่า สำนักพุทธฯ ต้องออกมาพูดให้เคลียร์ ว่ามีหลักฐานไหม ไม่ใช่การพูดลอยๆ

“ผมยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่ามันมีนโยบายไหนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณของพระ พรรคก้าวไกลเองก็ยังไม่ได้ขึ้นบริหารประเทศ การพูดอย่างนี้เหมือนเป็นการปลุกระดมให้ตื่นกลัวกันไป

Advertisement

จริงๆ แล้ว คนของสำนักพุทธฯ ไม่ควรพูด เพราะคุณเป็นข้าราชการ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ถ้าคุณพิธาขึ้นเป็นนายกฯ ก็แปลว่าบรรดาสำนักก็ต้องปฏิบัติตาม การมาพูดเรื่องแบบไม่ค่อยโอเค” ผศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว

ผศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับคลิปที่รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกล่าวนั้น ตนได้ดูแล้วพบว่าเป็นการกล่าวในงานที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งเป็นแหล่งพระสังฆาธิการที่มีบทบาทสูงในวงการสงฆ์ การพูดในพื้นที่แบบนี้เป็นการสื่อไปยังบรรดาพระสงฆ์กลุ่มที่มีบทบาทพอสมควร สำหรับลักษณะการพูด ในประโยคที่ว่าถ้าตัดงบอย่ามาว่ากัน คล้ายทีเล่นทีจริง หากมีการตัดงบอย่าว่ากัน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาบริบทก่อนหน้าที่จะนำไปสู่ประเด็นนี้ มีปัญหาแน่ เพราะมีการเล่าว่าหลานของตนเลือกพรรคก้าวไกล และกล่าวถึงสังคมเกาหลีที่คนนับถือศาสนาน้อยลง โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก เรื่องเหล่านี้คงทำให้เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นพอสมควร อีกทั้งสะท้อนความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเด็นความเท่าเทียมระหว่างความคิดที่เผยแพร่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่

“การเล่าเรื่องเหล่านี้ มีนัยยะแสดงให้เห็นว่าคนพวกนี้กำลังมีภาพบางอย่างเกี่ยวกับสังคมที่จะเกิดขึ้นจากการนำเสนอความคิดของพรรคก้าวไกลที่กระทบต่อจารีตประเพณี วัฒนธรรมไทย และพุทธศาสนาด้วย ผมคิดว่านี่คือความตื่นกลัว ความตระหนก ผสมผสานไปกับประเด็นเรื่องแนวคิดยกเลิกการห้ามดื่มสุราในวันพระ ซึ่งสื่อนัยยะเหมือนกับว่า วันพระไม่สำคัญ เพราะกินเหล้าได้ ก็ยิ่งทำให้ภาพของพรรคที่เขาเอ่ยถึงมันน่ากลัวสำหรับคนกลุ่มนี้

ถามว่าควรพูดไหม ช่วงเวลามันไม่ได้ ไม่ควรพูด เพราะเป็นการเอาการเมืองมาปะปนกับเรื่องที่ตัวเองกำลังทำอยู่ เช่น เรื่องงบประมาณ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะตัดหรือไม่ตัด

1.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

2.เรายังไม่รู้เลยว่านโยบายที่แท้จริงคืออะไร มีแต่การคาดเดาของตัวเอง สร้างความตระหนกในหมู่สงฆ์ ถ้าพระสงฆ์เชื่อ ก็ไปกันใหญ่อีก เพราะในแง่หนึ่งพระยังเป็นศูนย์รวมชุมชน ระบบนี้ยังไม่จางหายไป ยังมีบทบาทในชุมชนพอสมควร ถ้าพระเอาไปพูดต่อ ก็ส่งผลกระทบ ทั้งที่ไม่ควรจะกลัวกันขนาดนั้น เป็นลักษณะของอนุรักษนิยม บรรดาผู้ใหญ่กับคนรุ่นใหม่ในช่องว่างเยอะในช่วงนี้” ผศ.ดร.ชาญณรงค์กล่าว