09.00 น. INDEX เจตจำนง “ร่วม” ของ ประชาชน “อาณัติ” แห่ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

16.06.23 | 07:08 น.

09.00 น. INDEX เจตจำนง “ร่วม” ของ ประชาชน “อาณัติ” แห่ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ยิ่งมีความพยายาม “ยื้อ” และ “ทอด” เวลาการเข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ออกไปยาวนานยิ่งจะกลายเป็นอันตราย

มิได้เป็นอันตรายต่อพรรคก้าวไกล มิได้เป็นอันตรายต่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

หากจะเป็นอันตรายต่อทุก “แผนสมคบคิด” ที่ร่วมกัน “ก่อ”

ขอให้ดูกรณี “ถือครองหุ้นไอทีวี” เป็นตัวอย่าง เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานสถานการณ์ก็เริ่มพลิกตาลปัตร คนที่ทำท่าว่าเป็น “โจทก์” กลับกลายเป็นภาพแห่ง “จำเลย”

Advertisement

พลันที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ออกมายืนยันว่า นายพิธา ลิ้มเจริญ รัตน์ แจ้งในบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่เมื่อปี 2562 และแจ้งพร้อมกับคำสั่งศาลให้อยู่ในฐานะ “ผู้จัดการกองมรดก”

ในเมื่อ “ผู้จัดการกองมรดก” มิได้เป็นเจ้าของบัญชีทรัพย์สินในส่วนนั้น ทันทีที่มีการโอนให้กับทายาทผู้ชอบธรรม หุ้นที่มีอยู่ก็เป็นของทายาทผู้นั้นนับแต่บิดาเจ้าของมรดกเดิมได้เสียชีวิต

ความหมายจึงหมายความเท่ากับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่เคยถือครองหุ้นมาก่อนเลย

ที่ตกเป็น “เป้า” กลับมิใช่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อีกต่อไป

การดึงดันอยู่กับฐานข้อมูลเก่า อยู่กับความเชื่อเก่าไม่ว่าจะเป็นนักร้อง ไม่ว่าจะเป็นการให้ความเห็นของนักกฎหมาย แม้กระทั่งคนที่เคยเป็นและอ้างว่าเป็นผู้พิพากษาจึงแปรเปลี่ยนสถานะ

ขณะเดียวกัน ในอีกด้านทุกปฏิบัติการที่ผ่านมากลายเป็นไปสร้างความชอบธรรมให้กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

“โจทก์” จึงถลำลึกลงไปในปลักแห่งความเป็น “จำเลย”

อย่าแปลกใจเมื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เดินสายไปยังภูเก็ตจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น อย่าแปลกใจเมื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เดินสายไปยังลำพูด ลำปาง เชียงใหม่ จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์คนออกมาเปล่งเสียง “นายกฯ นายกฯ นายกฯ”

ทุกอย่างดำเนินไปตามบทสรุปของอดีต “อธิการบดี” มหาวิทยาลัยหนึ่ง ซึ่งมีรากฐานจากความเป็น “นักรัฐศาสตร์” ยืน

ยันด้วยความมั่นใจ “ต้องพิธาเท่านั้น” ไม่มี “คนอื่น” 

ในความเป็นจริง การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ได้สะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า “เจตจำนงร่วม” ของประชาชนส่วนใหญ่ต้องการใครเป็น “นายกรัฐมนตรี”

มิได้เป็นใครไหนอื่น หากคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เป็นกว่า 14 ล้านเสียง และเมื่อผนวกเข้ากับอีกกว่า 10 ล้านเสียงผ่านพรรคเพื่อไทย ประสานกับพันธมิตรอีก 6 พรรคการเมืองจึงได้กลายเป็น “ฉันทานุมัติ” ของประชาชนอย่างเด่นชัด

นับวัน “เจตจำนงร่วม” นี้จะได้รับการสถาปนาให้เป็น “อาณัติ” ในมือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์