หน้าแรก การเมือง สัปปายะสภาสถา...

สัปปายะสภาสถาน  ยินดี-พร้อมรับ 500 ส.ส.ใหม่

17.06.23 | 06:30 น.

สัปปายะสภาสถาน  ยินดี-พร้อมรับ 500 ส.ส.ใหม่

 

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านพ้นไปแล้ว

ขณะนี้ว่าที่ ส.ส.ทั้ง 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

100 คน รอเพียงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

Advertisement

คาดว่าในสัปดาห์หน้า กกต.จะพิจารณาและทยอยประกาศ

ล่าสุด สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมห้องสัมมนา ชั้นบี 1 เป็นสถานที่เพื่อรับรายงานตัว ส.ส. โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมโต๊ะ เก้าอี้ไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ ส.ส.ใหม่ พร้อมติดตั้งฉากแบ๊กดร็อปแสดงความยินดี ส.ส.ชุดที่ 26

นอกจากนี้ ยังจัดโซนรับรอง ส.ส. ที่รอการรายงานตัวในห้องสัมมนา โซนถ่ายภาพเพื่อทำบัตรประจำตัว ส.ส. และพื้นที่สำหรับให้ผู้ติดตามหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ส.ส. พักคอยบริเวณโถงด้านหน้าห้องสัมมนาด้วย

รวมถึงทางเดินของโถงชั้นบี 1 ยังมีจัดนิทรรศการแสดงผลงานของคณะกรรมาธิการต่างๆ ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ด้วย

ขณะที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าห้องสัมมนา ได้ติดตั้งโทรทัศน์ซึ่งเป็นจอแสดงผลความคืบหน้าของการรับรายงานตัวของ ส.ส.

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภา ออกประกาศเรื่อง การรับรายงานตัว ส.ส. เพื่อแจ้งถึงรายละเอียดของการเตรียมพร้อมก่อนการเข้ารายงานตัว และได้เพิ่มช่องทางกรอกเอกสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ฟอร์มเพื่อเตรียมพร้อมล่วงหน้าได้ โดยกำหนดให้ต้องลงนามรับรองเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่

สำหรับเอกสารที่ใช้ประกอบการรายงานตัว ประกอบด้วย 1.หนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง 2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 3.สำเนาทะเบียนบ้าน 4.สำเนาใบสำคัญการสมรส 5.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส 6.สำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษา

7.รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 1 นิ้ว จำนวน

3 รูป และขนาด 2 นิ้ว จำนวน 6 รูป

พรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร บอกถึงความพร้อมในการรับรายงานตัว ส.ส.ใหม่ ที่บริเวณชั้นบี 1 อาคารรัฐสภาว่า สำนักงานสภาได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งชุดที่ 26 ทั้งการ

จัดทำเอกสารแบบฟอร์มต่างๆ หนังสือคู่มือ

เช่น รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุม สิทธิประโยชน์ของ ส.ส. เป็นต้น

นอกจากนั้น ทางสำนักงานยังได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อรองรับและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่างๆ การจัดเตรียมระบบ e-Form สำหรับการรายงานตัว จัดทำระบบแสดงผลภาพและข้อมูลการมารายงานตัวของ ส.ส. รวมทั้งติดตั้งแอพพลิเคชั่น และระบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิก พร้อมได้จัดเตรียมจอแสดงผลการรายงานตัวของ ส.ส.ด้วย

สำหรับขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 84 ว่า ในการเลือกตั้งทั่วไป หาก ส.ส.ได้รับเลือกตั้งถึง 95% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือ 475 คน จาก 500 คน

หากจำเป็นต้องเรียกประชุมรัฐสภา

ให้ดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้ ทั้งนี้

มาตรา 121 ระบุว่า ภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส. ให้เรียกประชุมสภาเป็นครั้งแรก

ซึ่งหมายถึงงานรัฐพิธี และหลังจากที่แล้วเสร็จงานรัฐพิธีแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 121 วรรคสี่ ประกอบข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 5 และข้อ 19 กำหนดให้ภายใน 10 วัน ต้องประชุมสภาครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภา

เลขาธิการสภาระบุด้วยว่า การเตรียมการทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา (ครั้งแรก) นั้น สำนักงานเลขาฯได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว

โดยหาก ส.ส.มาแสดงตนประมาณ 300 คน ทางสำนักงานเลขาฯทยอยแจ้งจำนวน

และรายชื่อไปทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) รับทราบโดยด่วน จนกว่า

จะครบจำนวน 475 คน และ 500 คน

เพื่อจะได้เป็นข้อมูลประกอบการทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา

(ครั้งแรก)

พร้อมทั้งได้เตรียมความพร้อม การจัด

พิธีเปิดประชุมรัฐสภา ภายใน 15 วัน นับ

แต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. ให้เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกมาประชุมเป็นครั้งแรก

พรพิศกล่าวด้วยว่า ทางสภายังเตรียมความพร้อมการเปิดประชุมสภาครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรไว้แล้ว โดยได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความอาวุโสสูงสุด อายุ 89 ปี มาเป็นประธานชั่วคราวแล้ว

รวมทั้งให้สำนักประชุมและที่ปรึกษาซักซ้อมความเข้าใจในข้อกฎหมาย ข้อบังคับการประชุมร่วมกัน รวมถึงการโหวตเลือกประธานสภา และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่คาดว่าจะมีประเด็นถกเถียงด้านข้อกฎหมาย หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกับสภา ได้เตรียมขั้นตอนต่างๆ ไว้พร้อมทั้งหมด

แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยงานอื่น ต้องให้หน่วยงานนั้นๆ เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ

ส่วนว่าที่สมาชิกผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คน จะได้เข้ามาทำหน้าที่กันครบถ้วนหรือไม่ตามที่ประธานกกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเร็วกว่า 60 วัน

คงได้ทราบว่า ส.ส.ท่านใดบ้างที่จะผ่านการประทับรับรองจาก กกต.เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนปากเสียงพี่น้องประชาชน