‘กกต.เร่งมือหน่อย’ เสียงกระซิบดังๆ จากประชาชน รอรัฐบาลใหม่นานสุดในประวัติศาสตร์
33 คือตัวเลขใหญ่เบิ้มที่ถูกกางหราหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในเย็นวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา
เมื่อเครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง 66 จัดกิจกรรม “ทวงผลเลือกตั้งร่วมกดดัน กกต.” #หยุดขวางทางรัฐบาลประชาชน นำโดย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กลุ่มทะลุฟ้า และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ร่วมด้วย ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ และแซน ทะลุฟ้า

บรรยากาศคึกคัก ตั้งเวทีพร้อมป้ายขนาดใหญ่เขียนข้อความ “ผ่านมาแล้ว 33 วัน กกต.ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง” และป้ายข้อความขนาดเล็ก #หยุดขวางทางรัฐบาลประชาชน ติดรอบบริเวณ
ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน กระจายกำลัง โดยมีตำรวจควบคุมฝูงชนยืนเฝ้าบนสกายวอล์ก
นอกจากนี้ ยังมีทำโพลสอบถามความคิดเห็นประชาชน ถ้า ส.ว.โหวตสวนเจตจำนงประชาชน เราจะทำอะไร? โดยมีผู้ร่วมแสดงความเห็น อาทิ นี่คือคำสั่งของประชาชน ตำรวจ-ทหารต้องยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และงบตั้งเยอะทำไมทำงานช้าจังนะ ส.ว. ไปจนถึงติดข้อมูลสถิติการรับรองผลเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2544-2562 ซึ่งในปี 2544 รับรองผลเลือกตั้งเพียง 17 วัน ในขณะที่ปี 2562 รับรองผลเลือกตั้งใน 45 วัน และสถิติ 5 อันดับ จัดตั้งรัฐบาลได้ “ช้าสุด” หลังเลือกตั้ง เช่นในปี 2481 ได้ ครม.ใน 38 วัน และปี 2562 ได้ใน 108 วัน
กิจกรรมดังกล่าว สืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 14 พฤษภาคม 2566 ผ่านพ้นไปเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน แต่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรองผล ส.ส.อย่างเป็นทางการ แม้จะยังไม่เลยกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้ 60 วัน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 127 ก็ตาม
แต่ส่งผลให้กระบวนการเปิดประชุมสภาและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังเริ่มขึ้นไม่ได้ เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์เลือกตั้ง 66 จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการประวิงเวลาของ กกต.หรือไม่ ด้วยเหตุผลใด เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้เวลารับรองผลการนานกว่าปกติ จึงนัดหมายรวมตัวเพื่อทวงผลเลือกตั้งให้ประเทศเดินหน้า

อายปี 2480 ‘ไม่มีเครื่องคิดเลข’ ยังไวกว่า
ยิ่งชีพ ผู้จัดการ ‘ไอลอว์’ กล่าวถึงจุดประสงค์และการเลือกใช้สถานที่ว่า วันนี้เป็นวันที่ 33 นับตั้งแต่เลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 กกต.ยังไม่ประกาศผลทางการ แม้จะมีสัญญาณที่ดีในเรื่องความคืบหน้า แต่ยังถือว่านานมาก ถ้าเทียบประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง 23 ครั้ง ปี 2562 ช้าที่สุดโดย กกต.ชุดเดิม น่าแปลกที่เรามีเทคโนโลยีมากขึ้น ทันสมัย แต่การทำงานกลับช้าลง สมัยก่อน 10 กว่าวันก็จัดตั้งรัฐบาลได้ ปีนี้ดูแล้วน่าจะช้ากว่าปี 2480 ที่เราตั้งรัฐบาลได้ใน 44 วัน แม้ยังไม่มีเครื่องคิดเลข โทรศัพท์ ยังทำได้
“เราไป กกต.มาวันที่ 14 ให้รับรองผลโดยเร็ว ผ่านมา 2 วันยังไม่รับรองผลอย่างเป็นทางการ เลยมาชวนประชาชนเปิดพื้นที่ เพื่อพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกัน เราไม่รู้ว่าประชาชนคิดอะไร หลังผ่านการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ จึงเปิดพื้นที่ให้ร่วมกันส่งเสียงถึง กกต.” ยิ่งชีพกล่าว

เมื่อถามถึงกิจกรรม ยิ่งชีพเผยว่า เป็นม็อบก็ไม่เชิง ประท้วงก็ไม่เชิง เรียกว่าเปิดพื้นที่ให้ประชาชน อยากเปิดพื้นที่มานั่งคุยในที่สาธารณะได้อย่างเปิดเผย
“มีสัญญาณดีจาก กกต. ต้องช่วยกันเรียกร้องให้ประกาศผลโดยเร็ว ติดตามขั้นตอนต่อไป ค่อยมาว่ากัน”
เมื่อถามถึงมาตรา 151 ในมุมส่วนตัว กกต.ควรเดินหน้าต่อ หรือพอแค่นี้?
ยิ่งชีพกล่าวว่า เห็นว่า กกต.ไม่ได้กำลังรีบในกรณีหุ้นไอทีวีอีกต่อไป
“อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการไต่สวน เป็นสัญญาณว่า กกต.ไม่ได้เร่งเรื่องนี้ แต่ไม่น่าเป็นอุปสรรคในการเสนอชื่อคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ในอีก 1 เดือนข้างหน้า ถ้า กกต.ช้า คืออุปสรรคและอีกอุปสรรคที่สำคัญคือ ส.ว.จะโหวตหรือไม่โหวตตามมติ ซึ่งคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับหุ้นไอทีวี แต่คงอยู่ที่นโยบายที่ก้าวไกลเสนอตลอดมา”
ปลุกด้อมส้ม-แดง สามัคคี ‘ออมแรง’
ใครขวางมติมหาชน พร้อมลงถนน
งานนี้ วรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า นักกิจกรรมทางการเมือง ไม่พลาด กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง ตอนหนึ่งว่า
“ฝากถึงพี่น้อง กกต. วันนี้ยายเป้าพูดเพราะค่ะ เพราะอยากเห็นนายกฯของประเทศไทยคนที่ 30 เป็นพิธา
ยายเป้าตั้งใจไปเลือกฝ่ายประชาธิปไตย อยากให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม จะได้ทำมาหากินแบบโปร่งใส ไม่อดอยาก

ในเมื่อพวกคุณอยากให้พวกเราไปเลือกตั้ง เราก็ไปเลือกตั้งสมใจคุณแล้ว แล้วทำไมต้องมาดึงขา มาดึงเช็งกันอยู่ได้ ในเมื่อพวกคุณมีกันอยู่ไม่กี่คน ปล่อยประเทศไปเถอะ อย่าจับประชาธิปไตยไปขังเลย ให้เด็กทำงานไปเถอะ เมื่อเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีก็ปล่อยเด็กไป”
ด้าน จตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน กล่าวในช่วงค่ำว่า เห็นหลายคนออกมาตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 เราได้สำนึกการต่อสู้จากคนเหล่านี้ เราเห็นประชาชนเหล่านี้ออกมาต่อสู้ทุกยุคสมัย จนวันหนึ่งเราได้มาร่วมต่อสู้และยืนที่นี่ในวันนี้ และมีคนรุ่นใหม่เรื่อยๆ เป็นคนธรรมดา ที่ออกมาต่อสู้
“ผมคิดว่าครั้งนี้เราก็มีความหวัง อยากจะเปลี่ยนแปลง มีกฎหมายที่ดี มีรัฐสภาที่ดี ถึงออกไปเลือกตั้ง คาดหวังคุณภาพชีวิตที่ดี แต่มันไม่ใช่
ทุกคนรู้ว่า ก้าวไกลและเพื่อไทย ได้เสียงอันดับ 1-2 อยากให้จัดตั้งรัฐบาล แต่เรารู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ปกติ เราจึงต้องออกมากัน ผมมีความหวัง แต่อะไรที่ขัดขวางรัฐบาลประชาชน? อันแรกคือ 1.กกต. 2.ส.ว. คือสิ่งที่เราต้องขบคิด ถอดบทเรียนเพื่อสู้ต่อไป เมื่อมีปัญหาก็ออกมา ถึงเวลาก็เลือกตั้งใหม่
ครบ 1 เดือนที่เรารอมา กกต.ยังไม่ประกาศ จนเราทวงถาม ออกมาร่วมตัวแสดงพลัง ผมเชื่อว่าการต่อสู้ในศักราชใหม่กำลังจะเกิดขึ้น คนกำหนดอนาคต คือหนุ่มสาวที่จะมาเขียนอนาคตประเทศร่วมกัน การออกมาปกป้องคือหน้าที่ของเรา เราอยากสร้างบรรยากาศใหม่ของการชุมนุม เราเห็นที่ผ่านมาเป็นบทเรียน หวังว่าปัญหาบนท้องถนนจะไปสู่รัฐสภา แต่มันจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราไม่ออกมาติดตาม และปกป้อง ส.ว.คนไหนจะโหวตและไม่โหวตให้เราบ้าง ถ้าเราไม่มีอุดมการณ์แบบนี้ ฝ่ายนั้นก็เตรียมตัวเหมือนกัน

คนที่สู้ในยุคตุลาฯและในยุคนี้ อยากให้อดทนนิดนึง ใจเย็นๆ รอคอยผู้คนที่จะมาร่วมทางกับเรา และรอรับเพื่อนใหม่ ใครที่เรียนรู้และกลับตัวขอให้โอบรับไว้ สร้างขบวนการต่อสู้ของทุกคน สะสมพลังจากเล็ก น้อย จนมากมายมหาศาล ถ้าไม่มีคนออกมาตั้งแต่เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ก็คงไม่มีพวกผม ดังนั้นแชร์ประสบการณ์ต่อสู้ของแต่ละยุคสมัย ออกมาสร้างบรรยากาศของประชาชน พบปะกัน เชื่อว่าชัยชนะครั้งนี้ เรายินดีที่จะโอบรับไปด้วยกัน อุปสรรคที่ขวางหน้า ต้องรวมใจสมัคร อย่าทะเลาะกัน เขามีทรัพยากรมาก แต่เรายืนระยะไม่ได้ ต้องหาเช้า-กินค่ำไม่ได้มีเวลา ทรัพยากรมากจนรอคอยได้แบบเขา เราต้องการการเปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุด วันนี้ เดี๋ยวนี้ เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแล้วรอคอยได้ เราเชื่อว่าปัญหาสังคมไทยที่ผ่านมา คือปัญหาการเมือง มันคือปมของทุกอย่าง
การที่เรายืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ มันเกิดการเรียนรู้ของเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคม เกิดการตั้งคำถาม ถกเถียง ตกผลึก การเลือกตั้งครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นไม่ว่าจะด้อมส้ม ด้อมแดง เวลานี้สามัคคีกันไว้ ฝากแฟนคลับกลุ่มการเมืองทั้งหลาย พวกเราทั้งหมดคือผู้ถูกกดขี่ เสียเปรียบจากระบบการเมืองแบบนี้
เราอยากสร้างหมู่ประชาชนเข้มแข็งไปด้วยกัน การต่อสู้ในศักราช 66 เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้จะเริ่มจากน้อยนิด แต่สำคัญมาก เพราะคือการเริ่มต้นของคนที่พ่ายแพ้แต่ไม่ยอมแพ้ เรามารวมกันตรงนี้เพราะคิดจะสู้ใหม่ เราจะสู้ด้วยความหวัง จนกว่าจะชนะ หลายคนมองว่าประเทศนี้น่าจะไม่สีทองผ่องอำไพอีกแล้ว แต่ตราบใดที่ยังมีคนต่อสู้ ขอให้อดทน เข้มแข็ง เก็บแรงกันไว้ รอคอยว่าจะมีสถานการณ์การเมืองไหน เรามีหน้าที่ออกมาปกป้องเจตจำนงประชาชน และจัดการองค์กรที่ขัดขวางเจตจำนง สู้ขนาดนี้ มันส่งต่อมาแล้ว การเปลี่ยนแปลงในรัฐสภา ในมิติต่างๆ จะเกิดขึ้น เราจะต่อสู้บนท้องถนน เพื่อส่งคน ส่งประเด็นต่างๆ เข้าไปในสภา ครั้งนี้จะเปิดโอกาสการเปลี่ยนแปลง ศักราชของปี 66 เริ่มต้นขึ้นแล้ว มาร่วมออกแบบการต่อสู้นี้ไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือเจ้าของประเทศนี้” ไผ่ร่ายยาว
คปอ.แถลง 4 ข้อจี้ กกต.โปร่งใส
ตาม ‘คำขวัญเดิม’ ขอ ส.ว.เคารพเสียงประชาชน
อีกหนึ่งกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องมาหลายปีคือ คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.)
โดยในค่ำคืนนั้น แชมป์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์เรื่อง ครบรอบ 1 เดือนเลือกตั้ง เรียกร้องให้ กกต.รีบรับรองผลและปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม ให้ ส.ว. 250 คนเคารพเสียงของประชาชน ให้พรรคการเมืองและสมาชิกรักษาสัญญา ชวนสาธารณชนผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และลบล้างมรดกบาปของ คสช. โดยมีเนื้อหาสำคัญ
ความตอนหนึ่งว่า
เมื่อเวลาผ่านไปครบ 1 เดือนแล้ว แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้จนเกิดภาวะชะงักงัน แม้ว่าพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ในคราบพลเรือนจะพ่ายแพ้ยับเยิน และพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจะสามารถรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้กว่า 300 เสียง แต่กลับยังไม่เพียงพอจะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพราะภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คน ซึ่ง คสช.เป็นผู้คัดเลือกจะยังมีสิทธิร่วมพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีไปอีก 1 ปี
ปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศก็คือ ปัญหาที่เกิดจากการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นั่นเอง ซึ่งคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.) มีข้อเรียกร้องดังนี้

1.ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้ถึงร้อยละ 95 โดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรีได้ เพราะหากล่าช้าก็เท่ากับปล่อยให้เผด็จการ คสช. ในคราบพลเรือนมีอำนาจในฐานะรัฐบาลรักษาการต่อไป นอกจากนี้คดีต่างๆ ที่ กกต.รับไว้พิจารณาจะต้องไต่สวนอย่างสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม ไม่เตะถ่วงหรือหวังผลทางการเมือง
2.ขอเรียกร้องให้ ส.ว. 250 คน ลงคะแนนโดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนที่สะท้อนผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นสำคัญ แม้ว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้น ส.ว.จากการแต่งตั้งไม่ควรมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีก็ตาม
เมื่อประชาชนแสดงออกชัดเจนด้วยการเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาเป็นอันดับ 1 และ 2 จนรวมเสียง ส.ส.ได้กว่า 300 เสียงแล้ว ส.ว.ก็ควรเคารพเสียงของประชาชนด้วยการลงคะแนนสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเช่นกัน
3.ขอเรียกร้องพรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคนให้ปฏิบัติตามสัญญาและจุดยืนที่ให้ไว้ต่อประชาชนในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง ผู้ใดเคยประกาศคัดค้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.ในคราบพลเรือน ก็ควรลงคะแนนสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคฝ่ายประชาธิปไตย แม้ว่าตนจะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลก็ตาม
4.ขอเรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หลังการเลือกตั้งผ่านการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และการทำประชามติอย่างเสรีและเป็นธรรม ขอเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขยายสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชน ลบล้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส.ว. 250 คนจากการแต่งตั้ง ประกาศ คำสั่ง และมรดกบาปอื่นๆ ของ คสช. ที่เป็นโซ่ตรวนล่ามประเทศให้หมดสิ้นไป
ให้อำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
จึงเรียนมาเพื่อเชิญชวนให้สาธารณชนพิจารณาและร่วมกันผลักดันต่อไป
อธิษฐาน จันทร์กลม
ณัฐวุฒิ สำราญ

