“ทวี” ลุยนราธิวาสเปิดเวทีรับฟังความเห็นองค์กรพุทธ ลดปมร้อน “ประชามติแยกดินแดน” ปชช.หนุนประชาชาติได้เก้าอี้รัฐมนตรีดับไฟใต้ ยอมรับตกใจมีการทำประชามติจำลอง
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย พล.ต.ท.พัฒนวุฒิ อังคะนาวิน, นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ปช. เดินทางไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่วัดพรหมนิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พร้อมร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กับ “ผู้แทนองค์กรพุทธ” ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และ อ.นาทวี
โดยบรรยากาศการพูดคุย ผู้แทนองค์กรพุทธกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าดีใจที่พรรคประชาชาติ (ปช.) เป็นพรรคการเมืองแรกที่ลงมาพบองค์กรพุทธ หลังได้สนทนากันรู้สึกว่าทางพรรคมีความเข้าใจปัญหา และอยากร่วมทำงานกับพรรคประชาชาติ นอกจากนี้ ยังเสนอให้พรรค ปช.ตั้งคณะทำงาน 1 ชุดเพื่อพัฒนาความมั่นคงของพี่น้องไทยพุทธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเสนอรัฐบาลชุดใหม่ตรวจสอบรายชื่อกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือกลุ่มก่อความไม่สงบที่หลบหนีตามบัญชีรายชื่อของหน่วยความมั่นคงที่มีอยู่ ให้ตรงกับปัจจุบัน เพราะน้ำตาไม่ว่าของพุทธหรือมุสลิม เวลาร้องไห้ก็เหมือนกันหมด พบความลำบากเหมือนกัน
ผู้แทนองค์กรพุทธชายแดนใต้ ยังกล่าวถึงกิจกรรมการทำประชามติจำลองสอบถามความเห็นเรื่องการทำประชามติเอกราชปาตานีให้ถูกกฎหมายด้วย โดยบอกว่า รู้สึกตกใจที่มีการจัดกิจกรรมแบบนี้ แต่ก็ยังตั้งความหวังกับพรรคปช.ที่จะมาแก้ปัญหาในภาคใต้ให้กับทุกคนได้ โดยขอให้พรรคประชาชาติได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงที่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ทวีกล่าวในวงพูดคุยว่า ทุกพรรคจะส่งคนลงพื้นที่เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนจริงๆ ซึ่งคณะทำงานชุดใหญ่ จะสนองตอบปัญหาของประชาชน เรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะมีการประชุมอีก 1-2 ครั้ง แล้วน่าจะนำคณะชุดใหญ่ลงมารับฟังในพื้นที่ต่อไป
“พรรค ปช. ถ้าไม่แก้ปัญหาภาคใต้ แล้วไปแก้ปัญหาที่อื่น ก็ไม่ต้องมีพรรค ปช. เราเชื่อว่าเราจะตั้งรัฐบาลได้ และผลักดันนโยบายที่รับปากกับประชาชน ไม่ว่าทางด้านเศรษฐ์กิจ การศึกษา สร้างความเจริญให้พื้นที่ต่างๆ ไม่ได้สร้างเฉพาะคนภาคใต้ ต้องสร้างให้คนทั้งประเทศ ในแง่ของศาสนา ต้องเรียนว่าคนพุทธต้องอยู่ได้ พระต้องอยู่ได้ วัดต้องอยู่ได้ ต้องอยู่ได้อย่างได้รับเกียรติ เช่นเดียวกับคนมุสลิมที่เป็นคนส่วนใหญ่ในสามจังหวัด แต่คนมุสลิมจะต้องอยู่ในประเทศไทยได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน” เลขาธิการพรรค ปช.ระบุ
ด้าน พระครูโฆสิตสุตาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม กล่าวว่า เรื่องภาคใต้ ไม่มีเรื่องไหนสำคัญกว่าปัญหาความไม่สงบ และเชื่อว่าพรรคปช.รู้ปัญหาดี สมมติว่าพรรคปช.ได้เป็นรัฐบาล สมมุติว่า พ.ต.อ.ทวีได้เป็นรัฐมนตรี อยากให้เป็นรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาภาคใต้โดยตรง
“คนที่อยู่ในพื้นที่และเข้าใจปัญหาดีจะรู้ว่าจะต้องแก้อย่างไร เพราะถ้าท่านไปเป็นรัฐมนตรีเกษตร ใครก็เป็นได้ในประเทศนี้ และบางทีคนที่จะมาแก้ปัญหาในระดับนโยบายเรื่องภาคใต้ เกือบ 20 ปีมีคนบาดเจ็บ มีความเจ็บปวด ทุกคนอยากให้ปัญหานี้มันยุติไปในทางที่ควรจะเป็น อยากให้ ส.ส.ทุกคนที่เข้าไปในสภาอย่าไปคิดว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่มาร่วมคิดแก้ปัญหา เพราะปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาชาติ ไม่ใช่ปัญหาของพุทธ มุสลิม ไม่ใช่ปัญหาของใครเลย แต่มันเป็นปัญหาของพวกเราทั้งประเทศ และกระบวนการแก้ปัญหาโดยวิธีการแสวงหาทางออกทางการเมือง เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด ขอให้กำลังใจ อยากให้มีรัฐบาลแก้ปัญหานี้ได้จริง” เจ้าอาวาสวัดยะหริ่ง กล่าว

