09.00 INDEX อาฟเตอร์ช็อค จาก เลือกตั้ง สะเทือน ระบอบ “กลุ่ม 3 ป.”
ไม่ว่ากรณีเรียกเงิน 140 ล้านของกองบังคับการตำรวจชลบุรี ไม่ว่ากรณีรุกไล่การก่อสร้างสับปิยสถาน “รัฐสภา”แห่งเกียกกาย ไม่ว่าการจัดระเบียบเขากระโดง บุรีรัมย์
ล้วนเป็น “อาฟเตอร์ช็อก”จากผลสะเทือนเนื่องแต่การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม
เป็นจุดที่ไม่เพียงแต่พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐจักต้องกระทบ หากแต่ยังกระเทือนไปยัง”บารมี”ของพี่น้อง 3 ป.อย่างเด่นชัด
ไม่ว่าจะมองผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะมองผ่าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
เพราะจำนวนกว่า 14 ล้านคะแนนเสียงอันเทให้กับพรรคก้าวไกล เพราะจำนวนกว่า 10 ล้านคะแนนเสียงอันเทให้กับพรรคเพื่อไทย จึงได้สร้างความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเป็นต้องจัดระเบียบ เป็นความมั่นใจทำให้กรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องขยับขับเคลื่อนตามศาลปกครอง
จำเป็นต้องมีการสร้างความโปร่งใสให้กับอาคารรัฐสภา
ภายในความเงียบของพรรครวมไทยสร้างชาติ ภายในความเงียบของพรรคพลังประชารัฐ ภายในความเงียบของพรรคภูมิใจไทย จึง ปรากฏความเคลื่อนไหว
รุกไล่และคิดบัญชีต่อพรรคก้าวไกล เน้นอย่างเป็นการจำเพาะไปยัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
รวมถึงพรรคเพื่อไทยและพันธมิตรอีก 6 พรรค
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมือง ทั้งในฐานะ ส.ส. ทั้งในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไปไกลถึงระดับเน้นขยายปมประเด็นว่าด้วยเรื่องชังชาติ
ประสานทั้งภายในกลแห่งอำนาจรัฐและองค์กรเครือข่ายตั้ง แต่ยุคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มวลมหาประชาชนกปปส. รวมถึงการปลุกพลังเสื้อเหลืองให้ฟื้นคืนมา
จิตหนึ่งใจเดียวเพื่อสกัด นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้จงได้
เพียงเห็นผลสะเทือนอันกระทบไปยังตำแหน่งสำคัญในแวดวงตำรวจ เพียงเห็นผลสะเทือนอันกระทบไปยังที่ดินเขากระโดง เพียงเห็นการรุกไล่ในเรื่องสับปายสถาน เกียกกาย
ก็ก่ออาการหวาดพรั่นสั่นผวาเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ยิ่งนโยบายของรัฐบาลพรรคก้าวไกล คือการนำทหารออกไปจากการเมืองเพื่อตัดวงจรอุบาทว์แห่งการรัฐประหาร เมื่อประสาน กับนโยบายกระจายอำนาจ ยิ่งเป็นเรื่องสั่นสะเทือน
กระบวนการสกัดและขัดขวางยิ่งต้องทำอย่างเป็น”ขบวนการ”เพื่อรักษา”ระบอบ”อันมีพื้นฐานจากรัฐประหารไว้

