หน้าแรก การเมือง คณะทำงาน 8 พร...

คณะทำงาน 8 พรรค ถกคืบหน้าแก้เอสเอ็มอี จ่อยุบกรรมการเปลี่ยนผ่าน หลังตั้ง รบ.เสร็จ

20.06.23 | 13:54 น.

คณะทำงาน 8 พรรค ถกคืบหน้าแก้เอสเอ็มอี จัดงบรับนโยบายสวัสดิการ จ่อยุบ กก.เปลี่ยนผ่าน หลังตั้ง รบ.เสร็จ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แถลงผลการประชุม ว่าเป็นการประชุมคณะทำงานคณะเปลี่ยนผ่านทั้ง 8 พรรค ครั้งที่ 2 ที่มีการจัดตั้ง 14 คณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับนโยบายทั้ง 23 ข้อ ซึ่งได้เริ่มประชุมกันไปบ้างแล้ว จะมีการเสนอให้ที่ประชุมของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง วันนี้จึงมีการรายงานความคืบหน้าของคณะทำงาน เช่น ภาวะภัยแล้ง การจัดการน้ำ คณะเศรษฐกิจและเอสเอ็มอี พูดถึง 3 ประเด็น 1.การส่งออกชะลอตัวลง 2.หนี้ครัวเรือน และ 3.การส่งเสริมเอสเอ็มอี

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ถัดมาคณะการแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5 มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการยื่นเสนอกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด รวมถึงการจัดทำพื้นที่ความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า คณะทำงาน digital government และ digital economy มีข้อสรุปในด้านการส่งเสริมการใช้ระบบดิจิทัลในรัฐบาล การส่งเสริมเสรีภาพประชาชนในด้านดิจิทัล รวมถึงความมั่นคงด้านไซเบอร์ และจะมีการแถลงรายละเอียดต่อไปในวันที่ 22 มิถุนายนนี้

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า คณะทำงานด้านความเท่าเทียมกำลังหารือการลำดับความสำคัญด้านสวัสดิการต่างๆ จะมีการกำหนดงบประมาณในส่วนต่างๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางการให้สวัสดิการในอนาคต คณะทำงานค่าไฟ ค่าน้ำมัน พลังงาน มีข้อเสนอเรื่องการปรับลดค่าไฟ การต่ออายุการยื่นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ด้านคณะทำงาน 3 ชายแดนใต้จะมีการพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพในอนาคตภายในระยะเวลา 4 ปี คณะที่จัดทำรัฐธรรมนูญประชาชนฉบับใหม่จะมีข้อตกลงกันในเรื่องของโรดแมปว่าแต่ละพรรคจะมีจุดร่วมอย่างไรบ้าง

Advertisement

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า วาระถัดมา คณะทำงานมีการหารือเกี่ยวกับระยะเวลาของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน คาดว่าจะยุบคณะเปลี่ยนผ่านภายหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น คณะทำงานจะมีการประชุมครั้งสุดท้ายหลังจากเลือกประธานสภาเรียบร้อยแล้ว และคณะทำงานจะสรุปรายงานเพื่อส่งให้กรรมการเปลี่ยนผ่านเพื่อรายงานในที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมต่อไป

ด้าน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า คณะทำงานเปลี่ยนผ่านได้รับฟังข้อเสนอและผลศึกษาจากคณะทำงานย่อย ซึ่งเป็นประโยชน์ที่จะนำนโยบายแต่ละพรรคมาเทียบกัน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ในส่วนของพรรค พท.ได้เสนอนโยบายให้ที่ประชุมพิจารณาพร้อมมอบหมายให้คณะทำงานย่อยนำไปศึกษาต่อไป มีทั้งหมด 4 ประเด็น ได้แก่ 1.นโยบายเขตธุรกิจใหม่ ได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องใบอนุญาต รวมทั้งการแก้ไขกฎหมาย พรรค พท.มีโมเดลที่อาจจะเป็นส่วนเสริมในการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีและเอฟดีไอ โดยจะนำร่องใน 4 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และสงขลา ซึ่งจะมีกฎหมายเศรษฐกิจชุดใหม่ใช้ในพื้นที่ต่างๆ ตามที่กล่าวไป

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า 2.ค่าแรงขั้นต่ำ พรรค พท.มีความเห็นว่าค่าแรงขั้นต่ำควรจะตั้งเป้าหมายในระยะไกลออกไป ในปี 2570 ค่าแรงขั้นต่ำควรจะอยู่ที่ 600 บาท นอกจากนี้ ได้เสนอกลไกคู่ขนานคือเงินเดือนขั้นต่ำปริญญาตรี 25,000 บาท 3.นโยบายเข้าถึงแหล่งทุนของเอสเอ็มอี ทั้งพรรค ก.ก.และพรรค พท.เห็นตรงกัน ในประเด็นการใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อในการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

นายเผ่าภูมิกล่าวต่อว่า และ 4.นโยบายตลาดทุน พรรค พท.ให้ความสำคัญสูงสุดในการระดมทุน เนื่องจากปัจจุบันเอกชนสามารถหาแหล่งทุนได้เพียง 2 แหล่ง คือเงินกู้ผ่านธนาคารพาณิชย์และการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ พรรค พท.มีนโยบายสร้างตลาดทุนโดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างสภาพคล่องเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีตลาดทุนคู่ขนานคือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในการระดมทุนเพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง