‘วิษณุ’ บอก โหวตนายกฯ ไม่กำหนดเวลา จึงวางไทม์ไลน์ รบ.ใหม่ชัดไม่ได้ รับ นัยการเมืองบทบาทประธานสภาชุดนี้ต่างกับในอดีต ไม่กล้าแนะรับมือเผือกร้อนโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯแบบไหน เผย ส.ส.เข้าชื่อ 50 คนสอบตาม ม.82 ได้หลังปฏิญาณตน
เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง ส.ส.ทั้ง 500 คนแล้ว ไทม์ไลน์ของการได้รัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไรว่า ขั้นตอนแรกต้องให้ ส.ส.รายงานตัวระหว่างวันที่ 20-24 มิถุนายน แต่ความเป็นจริงต้องใช้เวลา 7 วัน เมื่อมีการรายงานตัว สภาจะแจ้งกลับมายังรัฐบาลว่ามี ส.ส.เข้ามารายงานตัวในจำนวนที่มากพอ
จากนั้นจะนำความกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานวันเพื่อประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และการเลือกประธานสภา จะเกิดขึ้นภายใน 10 วัน หลังรัฐพิธี ซึ่งปกติมักจะดำเนินการเร็วขึ้นกับที่จะกำหนดกัน และรอเวลา 2-3 วันเพื่อรอการโปรดเกล้าประธานสภา
หลังจากนั้น อำนาจจะอยู่ที่ประธานสภา ว่าจะเลือกนายกฯ เมื่อไหร่ก็แล้วแต่ ซึ่งไม่มีกรอบเวลากำหนดไว้ว่าต้องดำเนินการในกี่วัน และไม่ได้ระบุว่าต้องทำได้ภายในกี่ครั้ง เมื่อเลือกนายกฯ ได้ก็ต้องตั้งคณะรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐบาลชุดนี้ก็จะพ้นไป
ซึ่งไทม์ไลน์ที่ตนแจ้งคณะรัฐมนตรีไว้เป็นการประมาณการเปรียบเทียบกับอดีต ซึ่งจะเป็นช่วงปลายเดือน กรกฎาคมหรือต้นสิงหาคม ซึ่งเร็วกว่าที่เราคิด ซึ่งตนไม่สามารถตอบกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากมีการผูกกับกรอบเวลาการเสด็จพระราชดำเนินเปิดประชุมรัฐสภา การโปรดเกล้าฯ ประธานสภาคนใหม่ รวมถึงการกำหนดเลือกนายกฯ จะเสร็จสิ้นเมื่อใด กี่รอบกี่หน ซึ่งควบคุมไม่ได้ และไม่ควรไปควบคุมด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้คือการเลือกนายกฯ ใช่หรือไม่ เพราะมี ส.ว.ออกมาตั้งกำแพงต้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นกำแพงหรือไม่ ก็เห็นข่าวว่าดูดีขึ้นแล้วไม่ใช่หรือ ก็ดีใจด้วย
เมื่อถามว่า หากการเลือกนายกฯ ไม่มีกรอบเวลา จะช่วยลดข้อครหาว่ายื้อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มีไม่ยื้อ ถึงอย่างไร การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงต้องขอ กกต. และ กกต.ก็ไม่อนุญาตมาแล้วหลายรอบ เอาไว้รอดูว่านานหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีแววว่าจะนาน ก็รอรัฐบาลใหม่เข้ามาก็แล้วกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในสภานการณ์การเมืองขณะนี้ บทบาทประธานสภา แตกต่างจากในอดีตหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ในเชิงการเมือง นัยอาจมีความแตกต่างกัน แต่เชิงกฎหมายอำนาจหน้าที่เหมือนกัน
เมื่อถามว่า หลักการการเลือกประธานสภา ต้องได้เสียงเท่าไหร่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องได้เสียงข้างมากของสมาชิกที่มาประชุม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการฯ เมื่อถามว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา การเลือกประธานสภา ต้องลงมติลับหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องว่าไปตามข้อบังคับ เมื่อถามว่า หากลงมติลับจะมีการหักหลังได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กกต.รับรอง ส.ส.แล้ว ช่องทางการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.ตามมาตรา 82 กกต.สามารถทำได้เองหรือต้องรอให้มีคนมาร้องกับ กกต.ก่อน นายวิษณุกล่าวว่า ได้ทุกรูปแบบ ขอให้ไปดูรัฐธรรมนูญก็แล้วกัน มาตรา 170 กับมาตรา 82 ส.ส. ส.ว. กกต. ได้ทั้งนั้น โดยในส่วนของ ส.ส.ยื่นได้หลังปฏิญาณตน ที่ พล.ต.อ.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่อาวุโสสูงสุดจะทำหน้าที่ประธานชั่วคราว และนำปฏิญาณตน
เมื่อถามว่า สมมุติศาลสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ในช่วงการโหวตนายกฯ ประธานสภาจะมีทางออกอย่างไรบ้าง เพราะเป็นผู้รับผิดชอบ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ
เมื่อถามอีกว่า ประธานสภาควรพักการประชุมวาระดังกล่าวจนกว่าศาลตัดสินจะปลอดภัยกว่าหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ควรไปแนะนำอะไร ประธานสภา ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร

