หน้าแรก การเมือง กกต.จ่อเรียก ...

กกต.จ่อเรียก ‘พิธา’ แจงปมถือหุ้นไอทีวี ย้ำตรวจสอบ รอบคอบ ก่อนส่งศาลรธน.ชี้มาตรา 82

21.06.23 | 06:00 น.

กกต.จ่อเรียก ‘พิธา’ แจงปมถือหุ้นไอทีวี ย้ำต้องตรวจสอบ-พยานหลักฐาน รอบคอบ ก่อนส่งศาล รธน.ชี้มาตรา 82

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยประกาศภายหลัง กกต.ได้ตรวจสอบเบื้องต้น หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และได้รับผลรวมคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และได้คำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน จึงขอแจ้งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ตามประกาศ รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในวันที่ 20-24 มิถุนายน เวลา 08.30-16.30 น. กรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถมารับหนังสือรับรองได้ด้วยตัวเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาในวันดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น และสามารถตรวจดูรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา เว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.

รับรองก่อน-เหตุสอบไม่เสร็จ

ขณะที่นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าสังเกตการณ์บรรยากาศการเปิดให้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 500 คน เข้ารับหนังสือรับรองการเป็น ส.ส.พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศรับรอง ส.ส.ครบทั้ง 500 คน ว่าการที่ กกต.มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 500 คน เนื่องจากขณะนี้ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนในสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายในกรอบ 60 วัน จึงต้องประกาศรับรองผลไปก่อน ไม่ได้มีอะไรมาก การสอบสวนสำนวนคำร้องต่างๆ ยังดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ภายใน 30 วันที่ กกต.ประกาศรับรอง ถ้าผู้ใดเห็นว่าผู้ที่ได้รับการรับรองการเป็น ส.ส.กระทำการไม่สุจริต สามารถมาร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบได้ หากสืบสวนแล้วเห็นว่ามีความผิด กระทำการทุจริต จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลพิจารณาต่อไป

ตรวจรอบคอบก่อนส่งชี้ ม.82

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งหนังสือถึง กกต.เพื่อให้ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ กรณีถือหุ้นไอทีวี นายฐิติเชฏฐ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ขอให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนที่ กกต.ตั้งขึ้นเป็นผู้ดำเนินการก่อน กระบวนการตรวจสอบต้องมีพยานเอกสาร หลักฐาน ครบถ้วนและเพียงพอที่จะเสนอต่อศาลได้ หากไม่ครบถ้วนศาลก็อาจจะไม่รับไว้พิจารณาได้ ดังนั้น กกต.ต้องดำเนินการด้วยความละเอียดและรอบคอบ รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายผู้ถูกร้อง

จ่อเรียกพิธาเข้าชี้แจงคำร้อง

เมื่อถามว่า เอกสารที่มีอยู่ขณะนี้เพียงพอแล้วหรือไม่ จะต้องมีการเรียกหรือขอเพิ่มเติมภายหลังอีกหรือไม่ นายฐิติเชฏฐ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเรียกมา ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานการประชุม บัญชีทรัพย์สินและหลักฐานการถือครองหุ้นของนายพิธา เพื่อประกอบการพิจารณาว่าหลักฐานตรงกันหรือไม่ แม้ขณะนี้จะมีข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับนายพิธา จำเป็นต้องตรวจสอบด้วยความละเอียดรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะเสนอ กกต. เชื่อว่าคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนที่ กกต.ตั้งขึ้นมาจากผู้เชี่ยวชาญจะทำด้วยความรวดเร็ว และหลังจากนี้น่าจะมีการเชิญนายพิธา และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงด้วย