หน้าแรก การเมือง หมออลงกต เชื่...

หมออลงกต เชื่อทุกคะแนนมาจาก ปชช.เมตตา ล้มแชมป์ พท.13 สมัยได้ ไม่ติดถ้าเป็นฝ่ายค้าน

21.06.23 | 09:06 น.

หมออลงกต ผงาดนั่ง ส.ส. เขต 3 ภูมิใจไทย อีกรอบ หลังล้มแชมป์เพื่อไทย 13 สมัย สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมือง ยันยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่เสพติดอำนาจ เชื่อผลเลือกตั้งมาจากความใกล้ชิดประชาชน ย้ำทำงานร่วมกับ ส.ส.เพื่อไทยอีก 2 ที่นั่งได้

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ถึงความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คน ขณะที่ผลการเลือกตั้ง ส.ส.นครพนม พบว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) และ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แบ่งกันคนละ 2 ที่นั่งคือ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ และเขตเลือกตั้งที่ 2 นางมนพร เจริญศรี จากพรรคเพื่อไทย

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 3 นพ.อลงกต มณีกาศ จากพรรคภูมิใจไทย สามารถเอาชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้น ล้มแชมป์ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแชมป์เก่าคือ นายไพจิต ศรีวรขาน แชมป์ 13 สมัย ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 4 คือ นายชูกัน กุลวงษา จากพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน

นพ.อลงกตเปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาวนครพนม รวมถึงพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 3 ที่ให้โอกาส เมตตา เชื่อว่าทุกคะแนนที่ได้เป็นความเมตตาจากการทำงานทุ่มเทลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนมาตลอด และชาวบ้านสามารถพิสูจน์ได้ว่าตั้งแต่ตนทำงานเป็น ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน หลังหมดวาระไม่ว่าจะมีตำแหน่ง หรือไม่มีตำแหน่งก็ทำงานเต็มที่ ลงพื้นที่ดูแลรับทราบปัญหาจากพี่น้องประชาชนโดยไม่เคยยึดติดอำนาจ หรืออิทธิพลทางการเมือง

นพ.อลงกตกล่าวว่า เพราะเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนหากมีความจริงใจกับพี่น้องประชาชนสิ่งที่ตามมาคือประชาชนจะเกิดความเชื่อมั่นอย่างแน่นอน ตนยึดมั่นเสมอว่าจะต้องให้โอกาสทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ รัฐ เอกชน ทุกภาคส่วนสำคัญ ไม่ยึดติดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

Advertisement

นพ.อลงกตกล่าวด้วยว่า ถามว่าหนักใจหรือไม่หากผลการจัดตั้งรัฐบาลออกมา ยืนยันว่าไม่หนักใจ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ฝ่ายไหน จะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล หรือตนจะเป็นฝ่ายค้านก็ไม่กระทบการทำงานอย่างแน่นอน เนื่องจากเคยเป็น ส.ส.มาก่อน สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน เคยเป็นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายร่วมรัฐบาลมาก่อน ทำให้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพราะสำคัญคือการดูแลรับใช้ประชาชน

“ถึงแม้ จ.นครพนม จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยอีก 2 ที่นั่ง ล้วนเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนที่เคยทำงานร่วมกันมาตลอด เพราะผมไม่เคยขัดแย้งกับใคร และไม่เคยยึดติดว่าจะเป็นฝ่ายไหน สำคัญที่สุดคือการร่วมมือร่วมใจ และจะต้องสร้างลูกหลานเยาวชน คนรุ่นใหม่ มาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา

“ส่วนประเด็นสำคัญในการพัฒนาผมมองว่ารัฐบาลชุดใหม่จะต้องแก้ปัญหาปากท้องมาเป็นอันดับแรก ส่วนปัญหาอื่นต้องจัดลำดับความสำคัญ อย่างไรก็ตาม พร้อมอาสารับใช้พี่น้องชาวนครพนม มั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรคได้” นพ.อลงกตระบุ