ยิ่งชีพ ลั่น ‘ต้องชนะเท่านั้น’ ยื่นฟ้องรัฐไทยสอดแนม ปชช. รับไม่ง่าย แต่ไม่ได้สู้อยู่คนเดียว
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาขน หรือไอลอว์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ย้อนเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 ว่า ในวันดังกล่าว เมื่อกลับถึงบ้านตอนค่ำก็พบว่าได้รับอีเมล์จาก Apple แจ้งว่าถูกโจมตีโดยสปายแวร์ที่สนับสนุนโดยรัฐ จึงตกใจ ตอนแรกไม่เชื่อ แต่ภายหลังก็เชื่อ ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตและติดต่อประสานงานไปตามคำแนะนำ
“ผมเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ส่งข้อมูลไปยัง lab ที่แคนาดาเพื่อตรวจสอบว่าถูกสปายแวร์ ที่ชื่อ #เพกาซัส เจาะเข้ามาขโมยข้อมูลจริงหรือเปล่า หลังจากตรวจพบว่าติด John Scott Raiton จาก CitizenLab ก็ขอคุยด้วย และนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้ยินว่าไอ้สิ่งนี้มันคืออะไร ก็ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเชื่อว่าเทคโนโลยีที่จะเข้ามายึดครองมือถือเราแม้ไม่เคยปฏิสัมพันธ์อะไรด้วยกันมาก่อนก็นั้นจะมีอยู่จริง พล็อตเหมือนในหนังซะไม่มี
พอได้ยินคำอธิบายจนจบเขาถามว่า เข้าใจว่าเหยื่อเพกาซัสจะช็อกหน่อย มีอะไรสงสัยอีกไหม คำถามแรกผมถามว่า เมื่อมันเข้ามาแล้วเราจะเอามันออกไปได้ยังไง เขาตอบว่าเอาออกไม่ได้ คำถามที่สองผมถามว่า แล้วเราจะฟ้องรัฐเรื่องนี้ได้ยังไง??
ผมไม่แน่ใจว่าคนฟังตกใจหรือเปล่า ที่เริ่มต้นคำถามที่สองก็คิดจะฟ้องเสียแล้ว ตอนนั้นยังไม่คิดอะไรมากเพราะเรื่องคอมพิวเตอร์ไม่มีความรู้เลย แต่เรื่องกฎหมายพอมีบ้าง ก็คิดว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่ เมื่อมันเกิดขึ้นกับเราแล้วจะปล่อยมันผ่านเลยไปไม่ได้ จะทำเป็นเฉยๆ แล้วลืมมันเสีย แค่หาตังมาเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่เท่านั้นไม่ได้
ตั้งแต่เริ่มคิดเรื่องนี้มาชีวิตก็เปลี่ยนไป ต้องนั่งอ่านเอกสารภาษาอังกฤษเป็นจำนวนมากที่เป็นเรื่องคอมพิวเตอร์เทคนิค แล้วต้องพูดคุยกับผู้คนที่เป็นนักคอมพิวเตอร์ซึ่งปกติในชีวิตไม่คิดจะต้องเจอกัน
เมื่อจะเริ่มต่อสู้กับอะไรเราก็จำเป็นต้องหาข้อมูลเรื่องนั้น แล้วก็ต้องเดินทางไปเจอผู้คนมากหน้าหลายตาเพื่อจะขอความยินยอมในการตรวจโทรศัพท์คนหลายร้อย และพบผู้ร่วมชะตากรรมอย่างน้อย 35 คน และอีกหลายคนก็ยังไม่สามารถตรวจได้ทั้งที่มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน
หลังจากนั้นก็เลยคิดว่าเราจะพิสูจน์สิ่งนี้ยังไง
เราจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนใช้งานมัน
เราจะบอกศาลและบอกสังคมให้เชื่อได้ยังไง
แล้วก็ออกแบบวางแผนการเก็บและสื่อสารข้อมูล
ถึงวันนี้ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามนุษย์ชื่ออะไรที่อยู่เบื้องหลังคอมพิวเตอร์เครื่องยักษ์ที่เป็นคนกดปุ่มให้เทคโนโลยีอาวุธไซเบอร์มันมาเอาข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด ทั้งรูปภาพ แชต ที่อยู่ ฯลฯ ไปส่งให้รัฐไทย แต่ผมคิดว่าเค้าไม่ได้อะไรที่เขาอยากรู้ไป ถ้าเขาอยากจะหาหลักฐานว่า ผมอยู่เบื้องหลังในการเอาเงินอเมริกาซัก 100,000,000,000 มาส่งให้ผู้ชุมนุมตามที่ใครปั้นแต่งเรื่องเพ้อฝันขึ้นมา มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเพราะสิ่งนั้นมันไม่มีอยู่ ต่อให้คิดค้นเทคโนโลยีที่เก่งกว่า Pegasus ได้ ข้อมูลนั้นก็ไม่มีทางหาได้เพราะมันไม่มี
และร่องรอยที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ในมือถือของผม ก็น่าจะมากเพียงพอที่จะบอกศาลและบอกสังคมได้ว่า รัฐบาลไทยได้จัดซื้อสปายแวร์ราคาหลายร้อยล้าน มาใช้กับประชาชนจริง เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมหาศาลและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างประเมินค่าไม่ได้” นายยิ่งชีพระบุ
นายยิ่งขีพระบุต่อไปว่า ในวันนี้ (20 มิ.ย.) ก็เดินทางมาถึงศาลปกครองได้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่จะต้องออกจาก comfort zone มาทำงานที่ไม่ถนัดแต่ก็จำเป็นต้องทำ
“ก็ลากถูกันมาได้ ท่ามกลางงานอื่นๆ มากมาย ด้วยเพื่อนจำนวนมาก และด้วยความช่วยเหลือจำนวนมาก กับงบประมาณที่จำกัด
ไม่ได้อยากจะขอบคุณใครเป็นคนๆ แต่อยากประกาศให้โลกรู้ว่างานนี้ผมไม่ได้ทำอยู่คนเดียว แม้จะค่อนข้างอับจนทางความรู้แต่ก็ไม่เคยโดดเดี่ยวด้านจำนวนมือที่มาลงกัน
มีผู้รู้ด้านศาสตร์มืดของโลกไซเบอร์เคยเตือนว่า อย่าไปฟ้องคดีเลย เพราะมันเป็นการเปิดหน้าเล่นว่าเราอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสิ่งที่มีอำนาจมหาศาลกว่าเรามาก เปรียบได้กับเรากำลังเปิดประตูเข้าไปเจอกับ monster ที่เรายังไม่รู้ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร แต่เขารู้จักเราหมดแล้ว และเมื่อเริ่มเปิดประตูเดินเข้าไปแล้ว เราก็จะออกมาไม่ได้ เราจะต้องติดอยู่ในนั้นตลอดไป
ซึ่งมันก็จริงอยู่เพราะการต่อสู้คดีนี้ไม่ได้ง่ายเลย มันมีทั้งเรื่อง เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ มีทั้งเรื่องความมั่นคงของชาติ มีทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีทั้งเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดจะต้องอธิบายให้ศาลที่เป็นนักกฎหมายซึ่งไม่แน่ใจว่าเข้าใจอะไรบ้าง แล้วจะต้องชนะให้ได้ ไม่มีทางเลือกอื่น
ก่อนหน้านี้เรายื่นฟ้องคดีแพ่งต่อบริษัท NSO ผู้ผลิตเพกาซัสไปแล้ว โดยคดีนั้นมีความคาดหมายว่าจะเป็นคดีเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ตอนแรกเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องคดีจะไม่มาต่อสู้คดีเพราะเป็นบริษัทของอิสราเอล แล้วเราจะชนะได้โดยง่าย แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าจำเลยทำให้ตัวเองล้มละลายและปิดบริษัทหนีไปตั้งใหม่ กลายเป็นคดีที่ยากเรื่องกระบวนการระหว่างประเทศ
แต่คดีนี้เป็นคดีปกครองที่ฟ้องรัฐไทย
จะขอเน้นกระบวนการ พิสูจน์พยานหลักฐานตามกฎหมายและต้องชนะเท่านั้น
คำขอข้อแรกคือขอให้เลิกใช้สปายแวร์นี้ ซึ่งจริงๆ ไม่อยากรอศาลสั่ง แต่อยากให้รัฐบาลใหม่ประกาศตัวยกเลิก และช่วยกันแสวงหาข้อมูลหลักฐานเปิดโปงกระบวนการที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลก่อนหน้านี้ให้ได้ ถ้าเราทำได้เค้าจะเป็นผู้นำของโลกในด้านความสำเร็จของการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์
ยังมีงานให้ทำอีกเยอะมาก อย่างน้อยในคดีความทั้งหลายก็คงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าห้าปี ขณะเดียวกันผู้ผลิตอาวุธร้ายเค้าคิดคนวิธีการและช่องทางใหม่ๆ คงมีคนอีกมากในอนาคตข้างหน้ารวมทั้งตัวผมเองที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธไซเบอร์ชนิดใหม่ได้ตลอดเส้นทางนี้ การค้นหาความรู้และการค้นหาความจริงเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้ว
สู้กับมันไม่ชนะก็ออกมาไม่ได้
ก็คงต้องอยู่ในนั้นจนตายกันไปข้างนึง
เมื่อไม่ได้สู้อยู่คนเดียวก็คงมีความสนุกบ้างระหว่างทาง” นายยิ่งชีพระบุ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

