ประยุทธ์แนะ ปชช.เดินตามโครงการหลวง พัฒนาตนเอง ยันเป็น รบ.ของคนไทย 70 ล้านคน ย้ำ กม.ปราบเว็บชั่วร้ายต้องมี
วันนี้ (23 ธันวาคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า โครงการปิดทองหลังพระเป็นโครงการที่ต้องการให้ประชาอยู่ดีมีสุข จึงนำพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาคิดเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นก็นำไปสู่การปฏิบัติ เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงโครงการต่างๆ ตามดอยภาคเหนือ ท่านทรงเริ่มต้นทำการทดลองมาแล้วกว่า 4,000 โครงการ และเราต้องมาขยายทำเองกันได้แล้ว ขอให้ไปติดตามไปดูเขา วันหนึ่งถ้าเราไม่คิดเปลี่ยนแปลงตนเองก็จะอยู่แบบนี้จนแก่จนตาย ลูกหลานก็จะแย่กว่าเดิม เพราะพัฒนาไม่ทันเขา ทั้งนี้ อย่าบอกว่าแผ่นดินนี้ไม่เคยให้อะไรกับท่าน ไม่ว่าจะดินทุกก้อน หินทุกเม็ด ผืนน้ำแผ่นดินที่ให้ท่านไว้คือการเกิดมาเป็นคนที่มีเสรีภาพ ไม่เคยเป็นอาณานิคมของใคร แผ่นดินนี้ให้ท่านมีชื่อ มีนามสกุล มีที่อยู่ โดยที่นี่เป็นผืนแผ่นดินไทยมาโดยตลอด อยู่ที่ท่านจะรักษากันยังไง อย่ากลับไปเหมือนเดิม ด้วยการทำลายป่า หรือปลูกพืชเพียงอย่างเดียวโดยหวังจะได้กำไรมากที่สุด และการอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เกิดขึ้น ตนจะเล่นงานทั้งสองทาง ทั้งผู้ให้และผู้รับ
นายกฯกล่าวว่า ตนยังสู้ไหว ไม่มีทางยอมแพ้ อย่าไปฟังใครว่านายกฯอ่อน นายกฯกลัว ตนไม่กลัวใคร แต่กลัวว่าแผ่นดินจะแย่ไปมากกว่านี้มากกว่า ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้า ฉะนั้น ข้าราชการต้องเป็นหลักในการทำงานทั้งหมด สิ่งใดที่มีปัญหากับข้าราชการส่งมาที่ตน จะสอบสวนให้หมด แต่ถ้าไม่ เขาไม่มีหลักฐาน พูดส่งเดชมันอยู่กันไม่ได้ ไม่งั้นจะวุ่นกันไปหมด
“วันนี้เราพบกันด้วยใจอยู่แล้ว กับข้าราชการทั้งประเทศ ถึงผมไม่มานี่ผมก็คิดถึงท่านอยู่แล้ว เพราะผมคิดถึงใจของประชาขน นายกฯ ต้องคิดถึงใจคน 70 ล้านคน ไม่ใช่คิดถึงใจคนที่เลือกผมเข้ามา ซึ่งต้องเป็นอย่างนั้น แต่รัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของคน 70 ล้านคน ไม่ใช่ต้องเป็นคนของตำบลนู้นหรืออำเภอนี้ และหน้าที่ของ ส.ส. ที่เลือกมาในพื้นที่ เพื่อนำแผนงานของตัวเองในพื้นที่ออกมา เสนอให้กระทรวงพิจารณา ว่าตรงไหนควรเกิดก่อนเกิดหลัง ถ้าไปล็อกสเปกว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้ มันจะไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ มันจะมาถึงจังหวัดน่านตรงนี้ไหม ไม่ถึงหรอก กว่าจะมาถึงก็รอจนกว่าเปลี่ยนรัฐบาลอีกข้างถึงจะมา” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณชาวจังหวัดน่าน ตนเห็นมีหลายต่อหลายท่านที่ไปกราบสักการะพระบรมศพ ตนเห็นแล้วก็น่าชื่นใจ ซึ่งมีคนไทยหลายล้านคนแล้วที่ไปกรุงเทพฯ ในขณะนี้ ตนเข้าใจอยู่ว่าเป็นเรื่องที่เราเศร้าโศกเสียใจ แต่เราก็มีรัชกาลที่ 10 แล้วในขณะนี้ ซึ่งท่านก็ทรงรับสั่งว่าห่วงใยประขาชนเสมอ ให้ใช้แนวทางของสมเด็จพระบรมชนกนาถในการช่วยเหลือประชาชนให้มีความสุข นี่คือสิ่งที่เป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบันที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาตลอดยาวนาน ตนก็ขอกันว่าช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุข อย่าให้มีการบิดเบือน อย่าให้มีการขับเคลื่อนไปสู่ความขัดแย้ง ตอบโต้ ท่านดูแล้วก็จะรู้ว่าเป็นการบิดเบือน ต้องใช้สติปัญญาคิดวิเคราะห์ มีเหตุผล ในการจะเชื่อจะฟังเรื่องในโซเชียลมีเดีย ตนแนะนำให้อ่านหนังสือจะดีกว่าดูโซเชียลมีเดีย เพราะตัวหนังสือนั้นมีจิตวิญญาณ มันจะให้เราคิดตามไปด้วยว่าคืออะไร ซึ่งโซเชียลมีเดียใช้กดนิ้วอย่างเดียว จิ้มไปจิ้มมา จิ้มถูกก็ดี จิ้มผิดคนอื่นก็เสียหาย ถึงต้องมีมาตรการมารองรับ ก็ต้องไปดูว่าควรทำอย่างไร
“ท่านจะยอมให้โซเชียลมีเดียมีสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้อยู่ข้างในหรือ ไปหามาตรการมาแค่ไหนผมไม่รู้ เป็นเรื่องของข้อกฎหมายเขาคิดมาอย่างนั้น ก็ไปหามาตรการมาให้ทำกันให้ได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้กันทั้งอัน มันก็อยู่กันที่เก่า แล้วท่านก็ไปดูเว็บโป๊ ดูขายยาเถื่อนที่อันตราย มีการบิดเบือน มีการแฮกเข้ามาในระบบธุรกิจ ระบบเศรษฐกิจ นั่นคือโลกวันนี้เป็นแบบนั้นหมด เขาระวังกันหมด มีแต่ประเทศไทยที่ปลดล็อกให้หมด นี่คือสิ่งที่เป็นขยะที่อยู่ในระบบโซเชียล ต้องหามาตรการคัดขยะออก แต่คัดยังไงไปหาวิธีการมา รัฐบาลไม่ได้ต้องการไปแอบฟังท่านคุยกัน ไปฟังทำไม ไม่มีใครอยากรู้ คุยก็คุยไป เว้นแต่มันมีเรื่องออกมาว่าเว็บไซต์นี้มันชั่วร้าย ก็ไปดู ขอหมายศาลให้เจ้าหน้าที่ไปดูว่าจะทำยังไง ไม่ใช่ว่าจะไปจับทุกคน
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินเข้าไปพบปะทักทายและพูดคุยกับประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างใกล้ชิด โดยนายกฯ กล่าวด้วยว่า “ใครมารับขึ้นรถตู้ไปไหน ไปประท้วง อย่าไปนะ เสียเวลาทำงาน ได้เงินน้อยไม่กี่ร้อยบาท และการทุจริตจะต้องไม่เกิดขึ้น อย่าไปยอมอำนาจมืด ถ้ามีให้มาบอก วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อหาเสียง” จากนั้นนายกฯเดินทางต่อไปยังบ้านห้วยส้มป่อย เพื่อพบหารือกับภาคประชาสังคมและผู้นำชุมชนท้องถิ่นของจังหวัดน่าน และเดินทางต่อไปยังวัดภูมินทร์เพื่อกราบนมัสการพระพุทธมหาพรหมอุดมสักยมุนีพระประธานจตุรพักตร์ในวิหารหลวง พร้อมถวายปัจจัยไทยธรรมแด่พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมวัดและภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยมีมัคคุเทศก์น้อยนำชม

