สถานีคิดเลขที่ 12 : คดีผู้การ-ศึกชิงผบ.ตร.

23.06.23 | 11:55 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : คดีผู้การ-ศึกชิงผบ.ตร.

เรื่องใหญ่ในบ้านเมืองเราวันนี้ นอกจากใครจะเป็นนายกฯ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะผ่านด่านรอดพ้นกับดักไปได้หรือไม่ หรือประธานสภาจะเป็นใครพรรคไหนกันแน่

อีกเรื่องที่สนทนากันอื้ออึงคือ การจับกุมแก๊งตำรวจระดับผู้การจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นผู้การเกรดเอบวก แต่หมดอนาคตเพราะมาก่อเหตุจับกุมแก๊งพนันออนไลน์ แล้วไปรีดเงินมากถึง 140 ล้านบาท

ถามกันมากว่า ตำรวจใหญ่ๆ ก่อเรื่องเลวร้ายได้ขนาดนี้หรือ ต้องรื้อล้างองค์กรสีกากีกันอย่างจริงจังแล้วหรือไม่ และวงการพนันออนไลน์ มีเงินทองมหาศาลขนาดโดนรีดได้ถึงกว่าร้อยล้านเช่นนี้หรือ

เอาเป็นว่า คดีนี้สะท้อนความเหลวแหลกของวงการสีกากี และเปิดให้เห็นความร่ำรวยมหึมาของวงการผิดกฎหมายการพนันออนไลน์ให้ได้รู้กันทั่วอีกด้วย

Advertisement

ความผิดกรณีเป็นตำรวจแต่เรียกรับเงินจากการพนันเถื่อนนั้น ผิดแน่นอน ต้องโดนลงโทษสถานหนัก แต่พร้อมๆ กันข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้เต็มไปด้วยความซับซ้อน

มีพลเรือนเป็นตัวการวางแผนทั้งหมด เอาตำรวจมาใช้ประโยชน์ พร้อมกับมอบเงินก้อนโตให้ ซึ่งความโลภทำให้ตำรวจบางรายรีบรับไปทันที โดยหารู้ไม่ว่า จากนั้นขาใหญ่แห่งเมืองพัทยา ไปขยายผลเอาเองต่อ รีดเงินซ้ำอีกหลายรอบ จนเจ้ามือพนันผิดกฎหมายทนไม่ไหว กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

ซับซ้อนมากไปกว่านั้น เมื่อ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จอมแฉคนดัง ออกมาเปิดประเด็นว่า คดีผู้การชลบุรี มีอะไรมากกว่าแค่ผู้การ แต่โยงไปถึงการชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป

เพราะ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.คนปัจจุบัน จะเกษียณอายุ 30 กันยายนนี้

ตัวเก็ง ผบ.ตร.ในเดือนตุลาคมนี้ ก็พอรู้กันอยู่

แต่พอผลการเลือกตั้ง สร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ทางการเมือง พรรคก้าวไกลเตรียมจะเข้าบริหารบ้านเมือง

ด้วยสไตล์ลุยรื้อล้างแบบตรงไปตรงมาของพรรคคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าวงการราชการต่างๆ ตกเป็นเป้าการผ่าตัดใหญ่ทั้งหมด โดยเฉพาะองค์กรตำรวจที่พรรคก้าวไกลอภิปรายในสภาบ่อยๆ

ทำให้ตัวเต็ง ผบ.ตร.คนต่อไป เริ่มเปิดกว้างขึ้น อาจจะไม่ใช่ตัวเต็งคนเดิม

นี่จึงเป็นส่วนหนึ่ง ที่นายชูวิทย์ออกมาพูดถึงคดีผู้การชลบุรี ว่าเรื่องจริงไปไกลถึงการชิงเก้าอี้ ผบ.ตร.

นอกจาก ผบ.ตร.แล้ว ตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพทั้ง 4 ตำแหน่ง ครบเกษียณพร้อมกันหมดอีกด้วย รวมแล้วต้องแต่งตั้งถึง 5 ผบ. เป็นเรื่องใหญ่มากๆ

พูดตามข้อเท็จจริง การแต่งตั้งระดับ ผบ.ตร.และ ผบ.เหล่าทัพนั้น จะทำกันในเดือนสิงหาคม เพื่อให้ ผบ.ใหม่ เตรียมตัวจัดทัพระดับรองๆ ลงไป ก่อนจะเริ่มงานใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม

การแต่งตั้ง ผบ.ตร.และ ผบ.เหล่าทัพในปีนี้จึงน่าคิดน่าติดตาม เพราะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาลรักษาการกับรัฐบาลใหม่พอดี

ถ้ารัฐบาลใหม่ทำคลอดได้เร็ว ภายใต้ไทม์ไลน์ ที่ขยับขึ้นมาเร็วขึ้น จากการรับรอง ส.ส.แบบรวดเดียว 500 ชื่อของ กกต.แปลว่าการโหวตประธานสภาจะทำได้ในต้นเดือนกรกฎาคม และโหวตนายกฯในกลางเดือนกรกฎาคม

ถ้าทำได้เร็วจริง ต้นสิงหาคมก็มีรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ

แต่ถ้ามีข้อขัดแย้งทั้งประธานสภา และการโหวตนายกฯ อาจส่งผลให้ทุกอย่างช้าและชะงักงัน

ย่อมมีผลต่อการแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพและ ผบ.ตร. ซึ่งจะต้องทำในเดือนสิงหาคม แล้วรัฐบาลไหนจะเป็นคนดำเนินการแต่งตั้งโยกย้าย

การแต่งตั้ง ผบ.ตร. และ 4 ผบ.ทหาร ในช่วงรอยต่อการเมือง จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง และโผจะพลิกหรือไม่

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน