วันที่ 23 ธันวาคม 2559 จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จะให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้งทำหน้าที่แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัด โดยการยุบ กกต.จ.ไป นั้น รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ นักวิชาการภาควิชารัฐศาสตร์ สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า กระบวนการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ ที่ผ่านมาเราเคยเห็นว่า จะมีข่าวคราวออกมาบ่อยครั้งถึงการทำหน้าที่ของ กกต.ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องของการทุจริตในระบบการเลือกตั้งได้ มีเรื่องการฟ้องร้องมาตลอด วันนี้ประเด็นการมีผู้ตรวจการขึ้นมาเพื่อให้มาดูแลกระบวนการเลือกตั้งแทน กกต.จว.นั้น จะทำให้เห็นว่าการทำหน้าที่ในแต่ละครั้งทำแล้วเสร็จผ่านไป ไม่ต้องมาสร้างฐานอำนาจขาดความต่อเนื่องเท่านั้น และหากว่าสรรหาไปแล้วบุคคลที่ทำหน้าที่ผู้ตรวจการไม่ผ่านก็ถือว่าเลือกครั้งเดียวจบ แต่ กกต.จ.เลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังปฎิบัติหน้าที่เช่นเดิม ดีไม่ดีอย่างไรก็ต้องรอให้หมดวาระการทำงาน จึงก่อให้เกิดปัญหา เพราะทำงานแบบราชการจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้
ด้านอดีต ผอ.กกต.รายหนึ่ง เปิดเผยว่า กกต.จว.มีมาตั้งแต่ปี 2543 สมัย รธน.ฉ.40 กี่สิบปีมาแล้วที่ กกต.ทำงานเคยจับผิดนักการเมืองได้หรือไม่ หากมองการทำงานกับเงินเดือนยอมรับว่าไม่คุ้ม จว.ละ 5 คน เงินเดือนๆกว่า 1 แสน 1 ปี เท่าไหร่ และ 77 จว.จะเท่าไหร่ ยังไม่รวมกับ กกต.ส่วนกลาง เงินเดือนเป็นแสน ค่าประชุม ค่าอะไรจิปาถะ ปีหนึ่งรัฐต้องสูญเสียไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ยังไม่นับการเลือกตั้งที่ล้มเหลว ตนไม่เคยเห็นว่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงไหน มันเหมือนกับว่า กกต.เป็นที่ซุกหลังเกษียณอายุราชการ ทำงานซ้ำซ้อน แหล่งเพิ่มเงินเดือนของข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการ ผอ. หน.ส่วน แล้วก่อนนี้สมัยที่ดำรงตำแหน่งทำไมไม่ทำ จะมาทำเอาตอนที่เป็น กกต.จว. วันนี้ถามดูว่า กกต.ทั่วประเทศทำอะไรกันบ้าง ช่วงที่ว่าเว้น กินเงินเดือนกันอย่างเดียว ถึงเวลาแล้วควรที่จะให้มีผู้ตรวจการ เราต้องให้โอกาส หากทำงานไม่ดีรอบหน้าเราก็ไม่ต้องเลือก อย่ากลัวอย่ากลัวว่าจะร้อนหากไม่ถูกแดดก่อน

