โรมถาม รอบนี้พอได้ยัง? คาดหวังความปกติ ยันประยุทธ์ต้องติดคุก ถึงเวลาฟ้าใหม่ เตรียม ‘ฉลองวันชาติ’ ถ้านายกชื่อพิธา
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับชมรมโดมรวมใจ และวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์ จัดงานอภิปรายสาธารณะ
บรรยากาศเวลา 14.00 น. มีการอภิปรายในหัวข้อ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ” โดยมี นายอดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.), รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร, ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถ่ายทอดมุมมอง ดำเนินรายการโดย นายสมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ชื่อดัง
ในตอนหนึ่ง นายรังสิมันต์กล่าวอภิปรายว่า เราต้องการจดจำให้วันนี้ ให้เป็นวันสำคัญและมีคุณค่า น่าเสียดายที่สุดท้ายการเฉลิมฉลองวันชาติ ถูกบ่อนเซาะทำลายในหลายครา มีความพยายามรื้อฟื้นหลายครา แต่ยังห่างไกลการสร้างความเป็นวันชาติจริงๆ
“แม้วันนี้ในทางการจะไม่ใช่วันชาติ แต่ตลอดประสบการณ์การได้เห็นว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมันยากจริงๆ ทำให้เราระลึกอยู่ในหัวใจ ว่าประชาธิปไตยมีความหมายสำหรับพวกเรามากขนาดไหน และนี่คือความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แม้เราจะยังไม่ถึงฝั่งฝัน แต่อย่างน้อยที่สุดเราได้รู้ว่ามันมีความหมายต่อสิทธิ การพูด แสดงออกขนาดไหน
ก็หวังว่าวันที่ 24 มิถุนายนหลังจากนี้ไปจะกลายเป็นวันชาติ ที่เรามาร่วมเฉลิมฉลอง แต่เราสัญญาว่าจะไม่กลับถอยหลังไปสู่ยุคเผด็จการอีกต่อไป” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า จากนี้ต่อไปหลังเลือกตั้งคือกระบวนการเลือกประธานสภา สัปดาห์ถัดไปมีการเลือกนายกฯ สิ่งที่เราคาดหวังมากที่สุดคือความปกติ
“เราไม่ได้คาดหวังอย่างอื่นเลย บทเรียนตลอด 91 ปี นำไปสู่ 3 คำถาม ถ้าตอบได้และมีวิธีแก้จะนำไปสู่สิ่งเดียวคือความเป็นปกติของสังคม
1.เราจะทำอย่างไรให้ระยะสั้นที่สุดที่จะถึงนี้เราจะมีรัฐบาล ประธานสภา ที่สะท้อนเจตจำนงให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกนายกฯที่เรารู้กันอยู่ว่าจารีต ธรรมเนียมการปกครอง เขาต้องการให้ใครเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาล ถ้าวิถีทางแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ เราจะมีรัฐบาลที่ทำหน้าที่รับผิดชอบประชาชนโดยตรง
2.เราจะมีรัฐธรรมนูญที่จะออกจากมรดก ซากเดน คสช.ได้อย่างไร เราต่างรู้ดีว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความเป็นธรรม การทำประชามติมีคนจำนวนมาก รวมถึงพี่น้องเสื้อแดงถูกจับดำเนินคดี ไม่สามารถเรียกได้ว่านี่คือรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนได้ เพราะเริ่มต้นจากการจับกุมประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง
3.ทำอย่างไรให้ประเทศของเราไม่กลับไปสู่การเผชิญรัฐประหารอีกแล้ว
ถ้าเราตอบ 3 คำถามนี้ได้ ไทยยังไม่พัฒนาหรอก เพราะเราจะทำอย่างกับสังคมสูงวัย การศึกษา ความเหลื่อมล้ำหายไป แต่ 3 คำถามนี้ ‘ถ้าสังคมปกติ’ อะไรที่รอคอยอยู่ ประเทศนี้พร้อม เดินไปข้างหน้าอย่างไม่ต้องกังวลอีกแล้ว มันคือความปกติที่เราถวิลหามาตลอด 91 ปี มันเป็นของเรา อำนาจเป็นของเรา” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เชื่อว่าจะไม่สามารถทำลายตัวแทนของประชาชนได้ เพราะจะก่อเกิดขึ้นมาต่อสู้ขึ้นอีกมาก เหมือนกรณียุคพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีทางทำลายล้างเจตจำนงของประชาชนได้สำเร็จ
“ถ้าหยุดรั้งไม่ได้ รอบนี้พอได้ยัง ราคามันแพง” นายรังสิมันต์กล่าว และว่า
หากรอบนี้มีความพยายามเตะตัดขา รอบหน้ามั่นใจว่าพรรคก้าวไกลได้เกิน 20 ล้านเสียงแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่เราควรจะมองสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงการจัดวางอนาคต ข้อเสนอของก้าวไกลคือ ต้องการทำให้สังคมเป็นปกติ วันนี้คนรุ่นใหม่ที่ออกไปชุมนุมประท้วงอย่างเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ มี 20-30 คดี คิดคุกเต็มแม็กก็ 100 ปี สังคมแบบนี้ไปต่อไม่ได้
“เราขอบอกว่า ถ้าต้องการสังคมปกติ เราต้องนิรโทษกรรม เราเห็น ม.112 ที่ใช้กับคนเห็นต่าง เป็นข้อเสนอที่ไม่ได้สุดโต่ง แค่เป็นขั้นต่ำที่จะทำให้ประชาชนทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ พาสังคมเดินไปข้างหน้าได้ คือข้อเสนอที่ดีที่สุดที่จะดึงประชาชนที่ความเห็นไม่ตรงกันมาร่วมโต๊ะและพูดคุยว่าประเทศนี้ควรจะเดินหน้าอย่างไร แต่ถ้าเมื่อไหร่กลุ่มอำนาจใดก็ตามพยายามใช้อำนาจไม่ชอบธรรม คุณกำลังล้มโต๊ะเจรจา สุดท้ายข้อเสนอที่มากกว่าที่ต้องพาประเทศไทยไปไกลกว่าก็หนักขึ้น ดังนั้น ใช้โอกาสนี้ ใช้โอกาสของการเลือกตั้ง อย่าทำวิธีนอกรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องมีใครติดคุก แต่ต้องวงเล็บ ส่วนตัวผม พล.อ.ประยุทธ์ต้องติดคุก” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวปิดท้ายว่า ก้าวไกลและเพื่อไทยไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน ตนมองอย่างมีความหวังคือ 1.เดินหน้าประชาธิปไตย พิเคราะห์แล้วเชื่อว่าเราได้เห็นราคาที่ต้องจ่าย ทั้งกระบวนการยุติธรรมในยุคสมัยไม่น่าเชื่อถือ ราคาที่กองทัพถูกสังคมวิพากษ์ ถูกตำหนิตลอดเวลา ทุกอย่างจ่ายแพงไป
“ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าการเดินหน้าประชาธิปไตยน่าจะเป็นไปได้ และการปักหมุดหมาย ระลึกถึงวันชาติ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็เชื่อว่าสามารถทำได้เช่นกัน ตอนพรรคอนาคตใหม่เราเคยหารือประธานรัฐสภา ชวน หลีกภัย ให้ 24 มิถุนายนเป็นวันหยุด เข้าใจว่าบทบาทของประธานสภาในเวลานั้นคงส่งเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เชื่อว่าคงไม่ยอม
รอบนี้ฟ้าใหม่ ประธานสภาคงไม่ใช่คนเดิม รวมถึงนายกฯคนใหม่ที่ผมเชื่อมั่นว่าจะชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง และเฉลิมฉลองวันที่ 24 มิถุนายน ในฐานะวันชาติร่วมกัน” นายรังสิมันต์กล่าว


