หน้าแรก การเมือง ปิยบุตร รับได...

ปิยบุตร รับได้ยินจริง เกมโดดเดี่ยวก้าวไกล เชื่อมั่น 8 พรรคร่วม ไม่เอาปธ.สภา มาหักหลังกัน 

24.06.23 | 19:06 น.

ปิยบุตร รับได้ยินจริง เกมโดดเดี่ยวก้าวไกล เชื่อมั่น 8 พรรคร่วม ไม่เอาปม ปธ.สภา มาหักหลังกัน 

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์เรื่องตำแหน่งประธานสภาที่ยังตกลงกันไม่ได้ ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ว่าเท่าที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาพูดว่าคณะเจรจาของทั้ง 2 พรรคจะพูดคุยกันรู้เรื่อง ส่วนตัวเหมือนเป็นคนนอก ไม่ขอแสดงความเห็น แต่ก็มองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญ ถ้าพากันไปอย่างราบรื่น ไม่มีข้อขัดแย้งมากนัก คาดหมายว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว จะได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกทั้ง 2 พรรค จึงเป็นหน้าที่ของคณะเจรจาทั้ง 2 พรรค ควรจะแปรเอา 25 ล้านเสียงให้ออกมาเป็นตัวประธานสภาและนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้

เมื่อถามว่า ถ้าผลออกมาประธานสภาเป็นของเพื่อไทย ในฐานะที่ร่วมก่อตั้งตั้งแต่อนาคตใหม่มาถึงก้าวไกลจะยอมรับได้หรือไม่ นายปิยบุตรยืนยันว่า ตนมีจุดยืนชัดเจน ในฐานะคนนอกที่เป็นนักวิชาการ ว่าตำแหน่งประธานสภาควรจะให้พรรคที่ได้ ส.ส.อันดับ 1 แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรให้อยู่ที่ 2 พรรคคุยกัน การแสดงความเห็นอาจจะไปกระทบกระทั่งทั้ง 2 พรรคได้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ประธานสภาจะต้องวางตัวเป็นกลาง และใครที่จะมาเป็น หากเป็นกรรมการบริหารพรรคก็ต้องลาออกด้วย โดยเชื่อว่าก้าวไกลจะคัดสรรบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งมีความเป็นกลาง ส่วนการเสนอกฎหมาย 40 ฉบับตามที่พรรคก้าวไกลเตรียมไว้จะผ่านหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในสภา ไม่ได้เกี่ยวกับตัวประธาน เพราะเป็นแค่คนจัดระเบียบวาระเท่านั้น

ส่วนที่มีการมองว่าคนของพรรคก้าวไกลอาจยังไม่เก๋าเกมในสภา นายปิยบุตรกล่าวว่า การเมืองมันถึงยุคใหม่แล้ว การประเมินว่าความเก๋า ประสบการณ์ ต้องมาประเมินใหม่ว่าประเมินจากอะไร ประเมินจากอายุหรือไม่ ก็ไม่แน่เสมอไปว่าคนอายุมากจะเก๋า คนอายุน้อยจะไม่เก๋า มองว่าประเมินจากความสามารถ ความเฉียบแหลม ซึ่งการศึกษาข้อบังคับ และทันเกมการประชุม ตนมองว่าอายุไม่ได้เป็นตัวชี้วัด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐธรรมนูญคงจะกำหนดอายุไว้ว่าประธานสภาต้องอายุมากๆ

“ถ้ายึดอายุจริงรัฐธรรมนูญก็คงจะกำหนดไปเลย ในเมื่อทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญที่บอกไว้ว่า ส.ส.ทุกคนมีโอกาสเป็นประธานสภาได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม และอดีตก็เคยมีประธานสภาอายุน้อยมาแล้วและทำผลงานได้ดี นั่นคือ นายอุทัย พิมพ์ใจชน” นายปิยบุตรกล่าว และว่า คาดหวังว่า 8 พรรคจะตั้งรัฐบาลได้ หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์หักหลังกันในการเลือกประธานสภาที่มีการลงคะแนนลับ เพราะถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไร ความหวังของประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคก้าวไกลและเพื่อไทยเท่ากับว่าบรรดาสภาผู้แทนราษฎรทำลายความหวังประชาชนตั้งแต่ครั้งแรก

Advertisement

เมื่อถามว่า ส่วนที่มีข่าวว่า 8 พรรคจะโดดเดี่ยวให้ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน นายปิยบุตรกล่าวว่า ได้ยินเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนหาเสียงแล้ว แต่ส่วนตัวช่วยหาเสียงตั้งแต่อนาคตใหม่มาจนถึงก้าวไกล เห็นความพร้อมจะทำหน้าที่ทั้งสองแบบ แต่รอบนี้พรรคก้าวไกลมีความตั้งใจจะเป็นรัฐบาลและรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนให้ความไว้วางใจด้วย แม้ว่าในหมู่พรรคการเมืองมีความคิดจะโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกลก็ตาม แต่เชื่อว่าก้าวไกลจะไม่โดดเดี่ยว

ส่วนที่มีมวลชนมากดดันนอกสภาตั้งแต่วาระเลือกประธานสภาไปจนถึงโหวตนายกฯจะกลายเป็นการกดดันทั้งในและนอกสภาหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีการเตรียมมวลชนมา แต่ต้องยืนพื้นกันที่รัฐธรรมนูญก่อน ที่รับรองเสรีภาพในการแสดงออกในการชุมนุมอย่างสงบสันติ และปราศจากอาวุธ และมองว่าหากสถาบันการเมืองไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งที่เพิ่งเลือกตั้งกันเสร็จหมาดๆ ก็เป็นธรรมดาที่ประชาชนที่จะเห็นความผิดปกติ ไม่ยุติธรรม ดังนั้น บรรดา ส.ส.ที่ได้รับตำแหน่งครั้งนี้มีภารกิจพิเศษไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนต้องช่วยกันทำให้การเมืองไทยให้กลับมาสู่ระบบปกติให้ได้ ส.ว.ยังมีอำนาจอยู่ แต่ไม่นานก็หมดอำนาจแล้ว จึงขอให้ใช้โอกาสนี้ที่จะช่วยกันทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการให้ใครเป็นรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีได้เกิดขึ้นจริง