09.00 INDEX สัญญาณตำแหน่งประธานสภา สัญญาณจากภายใน ‘เพื่อไทย’
คำประกาศของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ว่าหากมีใครเสนอชื่อในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะถอนตัวในทันที
ไม่เพียงเป็นสัญญาณตรงไปในพรรคเพื่อไทยหากแต่ยังเท่ากับเป็นการเตือนไปยังพรรคอื่นที่คิดจะทำเช่นนั้น
นี่คือสัญญาณอันมาจาก “หัวหน้า” พรรคเพื่อไทย
เท่ากับบอกให้รู้อย่างทะลุปรุโปร่งว่า “อีกฝ่าย” คิดอย่างไรในเกมว่าด้วยตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ยอมเล่นเกมนี้ด้วยอย่างเด็ดขาด
คล้ายกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จะระบุชื่อของตนเพื่อเป็นตัวอย่าง แต่ในทางเป็นจริงแห่งความหมายย่อมหมายความถึงทุกคนที่อยู่ในร่มธงแห่งพรรคเพื่อไทย
“สัญญาณ” อันตรงไปตรงมาและมากด้วยความแหลมคมระดับนี้มีหรือที่นักการเมืองซึ่งคร่ำหวอดเจนในเวทีอย่าง นายสุชาติ ตันเจริญ จะไม่รู้และบังเกิดความสำเหนียก
ไม่ว่าคำประกาศจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่ว่าคำประกาศจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย เท่ากับทุกอย่างหวนกลับไปยังจุดเดิม
จุดที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลมีข้อตกลง “ร่วม” เด่นชัด
เมื่อนำเอาท่าทีของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ท่าทีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย ไปประสานกับบทสรุปของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง บทสรุปของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ล้วนเป็นเอกภาพ
เป็นเอกภาพที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน ก็ร้องเพลงเดียวกัน คีย์เดียวกัน
รูปธรรมหนึ่งสามารถสัมผัสได้จากท่าทีอันเปี่ยมด้วยสันถวมิตรสนิทสนมระหว่าง นายอดิศร เพียงเกษ กับ นายรังสิมันต์ โรม
เมื่อร่วมเวทีอภิปราย 91 ปีประชาธิปไตยไทยที่ธรรมศาสตร์
เมื่อ นายอดิศร เพียงเกษ ยื่นมืออันมากด้วยประสบการณ์ออกไป นายรังสิมันต์ โรม ก็ยื่นมืออันเปี่ยมด้วยความหวังเข้ามาด้วยความเชื่อมั่น
แม้การประชุมเพื่อเลือก “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ในวันที่ 4 กรกฎาคม ยังเดินทางมาไม่ถึง แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายภายใน 8 พรรค ร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีบทสรุปแล้วโดยพื้นฐาน
เป็นบทสรุปที่ตำแหน่ง “ประธานสภา” เป็นของพรรคก้าวไกล
ตลอดสองรายทางภายหลังการตัดสินใจของประชาชนเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ล้วนเป็นรูปธรรมยืนยันว่าอุปสรรคและขวากหนามแห่งพัฒนาการระบอบประชาธิปไตยอยู่ที่ไหน
เด่นชัดยิ่งว่าอยู่ที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
เด่นชัดยิ่งว่าการวางกับดักจากขบวนการรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ยังเป็นโจทย์ใหญ่ในทางการเมือง
ปมอยู่ที่ว่าทำอย่างไร “สังคม” จะเห็นร่วมกันในเรื่องนี้

