‘อนุทิน’ ติวเข้ม ส.ส.ก่อนเข้าสภา ปิดประตูตั้ง รบ.เสียงข้างน้อย ยัน ภท.มี 3 สูตร ‘อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้’ ไม่หวังรอส้มหล่น
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. ร่วมกันแถลงภายหลังจัดประชุม ส.ส.พรรคครั้งแรกเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ส่วนใหญ่วันนี้แค่ละลายพฤติกรรม ทำความรู้จักกัน เพื่อเข้าใจการทำงานของพรรค เพื่อความเป็นเอกภาพและพร้อมเข้าไปทำงานในฐานะ ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ซึ่งจะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และปฏิทินการเมืองหลังจากนั้นคิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามครรลอง โดยยังไม่ได้หารือทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะพรรค ภท.เป็นพรรคที่ได้เสียงอันดับ 3 จึงเป็นเรื่องที่พรรคอันดับ 1 จะนำเสนอรายชื่อประธานและจัดตั้งรัฐบาล
พร้อมกันนี้ยังขอฉันทามติให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคตัดสินใจทำหน้าที่ดำเนินการใดๆ ที่จะขับเคลื่อนงานทางการเมืองหลังจากนี้ และยังไม่ได้ประชุมถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะคงต้องรอหลังตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังไม่ได้คุยแนวคิดที่จะให้ 50 ส.ส.ตรวจสอบคุณสมบัติ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.)

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อคนของพรรค ภท.เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายอนุทินกล่าวว่า จะไม่ทำอะไรที่จะบล็อก หรือเป็นอุปสรรคทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนผ่านจัดตั้งรัฐบาลคงเป็นข่าวลือ ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาดูว่าใครเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานและรองประธาน โดยจะไม่เปิดฟรีโหวต คงต้องหารือกันก่อน แม้จะเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่พรรคจะมีการหารือ ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่สถานการณ์
นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันว่า เป็นสูตรของผู้สื่อข่าว ไม่ใช่สูตรของพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้พรรคต้องท่อง 3 บทคือ “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” แต่ไม่ได้รอส้มหล่น อาจจะรอเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็ได้ สิ่งสำคัญคือการเป็นผู้แทนราษฎร อะไรที่นอกเหนือจากนี้คือบริบทการเมือง ซึ่งพรรคอยู่บทบาทไหนก็ได้หมด เพราะทุกพรรคก็เคยเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล
นายอนุทินกล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าจะฉีกแถลงการณ์พรรคที่ระบุว่าจะไม่ร่วมงานทางการเมืองกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 โดยยืนยันว่าไม่มีวันเปลี่ยนแปลงจุดยืนดังกล่าว เพราะถือเป็นธรรมนูญของพรรค ถ้าจะเปลี่ยนแปลง ยุบพรรคดีกว่า ไม่เช่นนั้นตนเองและเลขาธิการพรรคก็ไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้ เป็นพรรคการเมืองจะทำอะไรลับๆ ล่อๆ ไม่ได้ ยิ่งออกแถลงการณ์ไปแล้วก็ต้องทำ เหมือนนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ต้องทำจะไม่ทำไม่ได้

ส่วนกรณีที่มี ส.ว.พร้อมสนับสนุนรัฐบาลเดิม 181 เสียงนั้น นายอนุทินกล่าวว่า การตั้งรัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่น่ารอด รอวันตาย ใครจะไปทำสิ่งเหล่านั้น ทำเพื่อสะใจใคร ทำอะไรต้องยั่งยืน เพราะเป็นเรื่องบ้านเมือง ไม่สนับสนุนตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และยุคสมัยนี้ไม่มี “งูเห่า” แล้ว ทำการเมืองแบบเก่าคงลำบาก
เมื่อถามว่าสูตร 4 ในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มี เมื่อถามต่อว่า สูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นมาทำให้แสดงว่าสนับสนุนพรรค ภท.ได้มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ทุกพรรคก็มีแฟนคลับของตัวเอง และต้องขอบคุณแฟนคลับพรรคภูมิใจไทยที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด ไม่สูญเสียกำลังใจ แพ้เพียง 10% ซึ่งมีเหตุผลหลายๆ อย่าง จะต้องทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ดีใจคือมี ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ถือว่านี่คือจุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด ส.ส.เหล่านี้เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน และพวกเขาจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทยเป็นกำลังใจให้ทำหน้าที่ ส.ส.อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าดีใจหรือไม่ที่ได้เป็นพรรคอันดับสาม นายอนุทินกล่าวว่า “ดีใจสิ” พร้อมกับบอกว่า “นึกว่าจะได้เป็นพรรคอันดับสอง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ภูมิใจไทย ยึดหลักการ พรรคอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล ขอบคุณทุกคะแนนที่โหวตให้
- ภูมิใจไทย แถลงจุดยืนไม่โหวตนายกฯ พรรคที่แก้ไข-ยกเลิก ม.112
- ‘ครูแก้ว’ โนคอมเมนต์ ‘อายุ’ ประธานสภา พ้อสอบตก ไม่ทราบ ภท.เสนอชื่อแข่ง

