หน้าแรก การเมือง โภคิน ชี้ รธน...

โภคิน ชี้ รธน.60 โต้ได้จุกจิก เถียงได้ไม่รู้จบ เปิดโฉม ‘ปีศาจตัวใหญ่’ ทำคนไทยสิ้นหวัง

25.06.23 | 20:30 น.

โภคิน ชี้ รธน.60 โต้ได้จุกจิก เถียงได้ไม่รู้จบ เปิดโฉม ‘ปีศาจตัวใหญ่’ ทำคนไทยสิ้นหวัง

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัด เสวนา “91 ปีประชาธิปไตยกับก้าวต่อไปหลังการเลือกตั้ง 2566 : กฎกติกาทางรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมสำหรับการเมืองไทย” เนื่องในโครงการเชิดชูครูกฎหมาย งานวิชาการรำลึก ศาสตราจารย์ไพโรจน์ ชัยนาม ครั้งที่ 11
ในตอนหนึ่ง รศ.ดร. โภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ปัญหารัฐธรรมนูญ’60 โต้เถียงกันในรายละเอียดได้อย่างจุกจิก มันถกเถียงกันได้ไม่รู้จบ แต่ปัญหาพวกนี้สุดท้ายแล้วมันคือกิ่งก้านสาขาที่แผ่ออกมาจากต้นตอเดียวกัน ต้นตอนั้นคืออะไร และจะแก้ปัญหาต้นตอนั้นได้อย่างไร

“ถ้านั่งวิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ก็อยู่ ครั้งนั้นมีการพูดจากันอย่างกว้างขวางใช้เวลาร่วมปี ส.ส.ทุกพรรคก็อยู่ในนั้น ที่พูดจากันก็คือตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไปเป็นหลัก วิพากษ์วิจารณ์แทบทุกบทบัญญัติ แทบจะทุกหมวดว่ามีข้อบกพร่องอะไร อย่างไรบ้าง

แต่ประเด็นก็คือ เราต้องดูให้ได้ว่า ถ้าเรามีข้อบกพร่องมากมายแล้วเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศไม่ว่าของใครก็ตาม เราจะเปลี่ยนแปลงมันอย่างไร จะออกจากสิ่งนี้ได้อย่างไร เพราะถ้าเราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ ออกจากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เราจะมานั่งเถียงกันว่าควรมีวุฒิสภาหรือไม่ จะมาจากไหน มีอำนาจอย่างไร มันก็เถียงกันในความฝันทั้งสิ้น

ถามว่า ปัญหาทั้งหมดทั้ง 91 ปีมาจากอะไร ทำไมวนเวียนอยู่กับระหว่างการรัฐประหาร การเลือกตั้ง การสร้างรัฐธรรมนูญ การสืบทอดอำนาจ

Advertisement

ประเทศนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยพลัง 3 พลังใหญ่ๆ พลังแรกคือ ศักดินานิยม พลังที่สองคือ พลังอำนาจนิยมที่มีกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกเป็นหัวหอก พลังที่สามคือ พลังประชาธิปไตย ซึ่งมีพรรคการเมืองเป็นหัวหอก และอาจจะมีภาคประชาชนบ้าง นับเป็นพลังที่อ่อนแอที่สุด

การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 พลังคือ พลังศักดินานิยม กับพลังราชการอำนาจนิยม บวกกับประชาธิปไตยส่วนหนึ่งในเวลานั้น

แต่เมื่อพลังศักดินานิยมอ่อนแอลงก็กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างพลังของอำนาจนิยม กับพลังประชาธิปไตย
จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ผลของสิ่งเหล่านี้มี 2 สิ่งเป็นแกนหลักตลอดเวลา ได้แก่ ความคิดและวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม ซึ่งสื่อลงไปถึงการศึกษาทุกรูปแบบ คนยังชอบอำนาจนิยม เราเห็นระบบโซตัสในมหาวิทยาลัย ระบบอุปถัมภ์ กระทรวงมหาดไทย แบ่งเป็นสิงห์ดำ-สิงห์แดง

กรมบางกรมมีกระทั่งสนามกอล์ฟ โรงพยาบาล โรงเรียน มีทุกอย่าง ทั้งที่กระทรวงไม่มี ประชาชนก็ยิ่งตัวเล็ก ยิ่งอยู่ห่างออกไป พูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง

นี่คือวัฒนธรรมที่มันเกาะกิน และกลไกที่มารองรับวัฒนธรรมนี้ก็คือกลไกรัฐราชการ

นี่คือปีศาจตัวใหญ่ ประชาชนจึงค่อนข้างสิ้นหวัง ถ้าเราออกจากวัฒนธรรมนี้ไม่ได้ สิ่งอื่นๆ จะเป็นผลผลิตของสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญก็เช่นกัน” รศ.ดร.โภคิน กล่าว