‘ส.ว.อุปกิต’ ขึ้นไต่สวนคดีฟ้องหมิ่น ‘โรม’ อภิปราย เอี่ยวขบวนค้ายา เรียก 100 ล้าน

26.06.23 | 11:02 น.

‘ส.ว.อุปกิต’ ขึ้นไต่สวนคดีฟ้องหมิ่น ‘โรม’ อภิปราย เอี่ยวขบวนค้ายา เรียก 100 ล้าน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ นายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องในการอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยรังสิมันต์ได้อภิปรายในหัวข้อ เช็กบิลไทยดำ-จีนเทา โดยมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทนายอุปกิต กล่าวหานายอุปกิตเกี่ยวข้องขบวนการค้ายาเสพติดเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท

นายอุปกิตกล่าวว่า วันนี้ตนเองเดินทางมาศาลในคดีที่ได้ยื่นฟ้องในรังสิมันต์ โรม ซึ่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้เตรียมพยานเบิกความในศาลจำนวน 2 ปากคือตนเอง และบุคคลที่ 3 แต่ศาลจะให้ใช้ระยะเวลาในการไต่สวนพยานกี่ปากนั้นยังไม่ทราบ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีกลุ่มชาวบ้านเดินทางมาให้กำลังใจ นายอุปกิตพร้อมทั้งมอบดอกไม้ ที่บริเวณหน้าศาลอาญา ด้วย

ทางด้าน นายรังสิมันต์ โรม พร้อมทนายความ เดินทางมาศาล พร้อมกับเปิดเผยว่า วันนี้ตนเองมาในคดีที่ นายอุปกิต หรือที่รู้กันในชื่อ ส.ว.ทรงเอ ได้ฟ้องคดีจากการที่ตนเองอภิปรายในสภา โดยวันนี้เป็นนัดไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งจริงๆ กำหนดนัดเดิมเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2566 และเลื่อนมาเพราะตัวผู้ฟ้องขอเลื่อน วันนี้ยังไม่แน่ใจในขั้นตอนกระบวนการแต่น่าจะไม่เลื่อนแล้ว ซึ่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องทางเราต้องดูว่า สุดท้ายในการสืบพยานที่จะไปสู่ขั้นตอนของการไต่สวนมูลฟ้องจะเป็นอย่างไรและไม่ทราบว่าสุดท้ายศาลจะรับฟ้องหรือไม่ วันนี้คงจะได้มีความคืบหน้า

ขณะที่ ทนายความของ นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า การไต่สวนมูลฟ้อง ศาลจะฟังพยานของฝ่ายโจทก์ว่าคดี มีมูลพอที่จะรับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่โดยพิจารณาจากพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ ถ้ามีมูลก็จะประทับฟ้องไว้พิจารณา แต่ถ้าไม่มีมูลก็พิพากษายกฟ้อง ในส่วนของผู้ที่ถูกฟ้องคดีนั้น ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตนเอง แต่สามารถแต่งตั้งทนายความมาซักพยานฝ่ายโจทก์ได้

โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันนี้ โจทก์ ทนายโจทก์ จำเลย และทนายจำเลย มาศาล ศาลแจ้งคู่ความทราบว่าในการสืบพยานคดีนี้ ศาลจะใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยบันทึกคำเบิกความพยานซึ่งสามารถถ่ายทอดออกเป็นภาพและเสียง ตามข้อบังคับของประธาน ศาลฎีกาว่าด้วยการบันทึกคำเบิกความพยานในคดีอาญาโดยใช้วิธีการบันทึกลงในวัสดุซึ่งสามารถถ่ายทอด ออกเป็นภาพและเสียง พ.ศ. 2564 ไต่สวนพยานได้ 2 ปาก โจทก์อ้างส่งเอกสารเป็นพยาน 18 ฉบับ ส่วนจําเลยอ้างส่งเอกสารประกอบการถามค้าน 2 ฉบับ แล้วทนายโจทก์แถลงหมดพยาน

ทนายจำเลยแถลง ได้ขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานบุคคลและเอกสารตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165/2ตามคำร้องลงวันที่ 1 พ.ค.2566 และ วันที่ 16 มิ.ย.2566

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พยานบุคคลและพยานเอกสารดังกล่าว เป็นข้อเท็จจริงประกอบ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวอ้างในขณะอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเป็นความจริง มิใช่ข้อเท็จจริงที่นำมาประกอบการ วินิจฉัยเบื้องต้นในการแสวงหาพยานหลักฐานในการตรวจสอบมูลคดีชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อโจทก์นำพยาน เข้าไต่สวนมูลฟ้องประกอบกับโจทก์หมดพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีพอที่วินิจฉัยชี้ขาดได้ กรณีจึงไม่จำต้องให้ศาลแสวงหาพยานหลักฐานในการตรวจสอบมูลคดีของโจทก์อีก ให้นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง ในวันที่ 11 ก.ค.เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการไต่สวนมูลฟ้องเสร็จสิ้น นายอุปกิต ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เตรียมหลักฐานมาครบทุกอย่าง ซึ่งตนไม่รู้สึกกังวลใจเพราะตนเป็นคนฟ้อง และอยากฝากถึงนักการเมืองที่บอกว่า เป็นคนรุ่นใหม่ การจะกล่าวหาใครหรือใส่ร้ายใครขอให้ไตร่ตรองให้ดี เวลาขึ้นอภิปรายก็มีการหมิ่นประมาทมาโดยตลอด และพยายามทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อกดดันกระบวนการยุติธรรม ทำไมคดีน้องของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจประธานคณะก้าวไกล จึงไม่ไปเร่งรัดอัยการบ้าง 2ปียังไม่ได้ฟ้องเลย จึงอยากขอฝากไปถึงนักการเมืองที่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่แต่ใช้วิธีการยิ่งกว่าเก่า ถ้ายังไม่หยุดจะฟ้องต่อไปอีกหลายกรรมหลายวาระ เพราะทำให้ตนเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการไต่สวนมูลฟ้อง ว่าคำฟ้องที่ทางนายอุปกิต ฟ้องตนนั้นจะมีมูลเพียงพอที่จะให้ศาลประทับรับฟ้องหรือไม่ ซึ่งจะมีการนัดฟังคำวินิจฉัยของศาลในวันที่ 11 ก.ค .นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งตนมั่นใจว่าจะชนะคดีนี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นการพูดตรงไปตรงมา ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในหน้าที่ของราษฎร มุ่งไปสู่รัฐบาลคือพล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น และปัญหาของยาเสพติด ข้าราชการการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั่งตัวของรัฐบาลอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร เพราะสิ่งที่ตนทำเป็นการเปิดโปงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชนอย่างแน่นอน เมื่อพิจารณาจากข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆก็แน่นอนว่าไม่มีหลักฐานเท็จ