‘ชัยธวัช’ ยัน ไม่มีอะไรในกอไผ่ ‘เพื่อไทย’ ยกเก้าอี้ประธานสภาให้ เชื่อมาตรฐานส.ว.เลือกนายกฯ

26.06.23 | 14:22 น.

ชัยธวัช ยัน ไม่มีอะไรในกอไผ่ เพื่อไทยยกเก้าอี้ประธานสภาให้ เชื่อมาตรฐาน ส.ว.เลือกนายกฯ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการหารือตำแหน่งประธานสภาระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล ว่าพรรคก้าวไกลจะพูดคุยกับพรรค พท.ในวันที่ 28 มิถุนายน หลังจากวันที่ 27 มิถุนายน พรรค พท.จะมีการประชุม ส.ส.ในพรรค คาดว่าในวันที่ 28 นี้จะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะนำไปเสนอในที่ประชุม 8 พรรคร่วมในวันที่ 29 มิถุนายนนี้

ส่วนแนวทางที่จะเสนอให้พรรคก้าวไกลเป็นประธานสภา เรายังเสนอเช่นนั้นอยู่ หลักการทั่วไปแล้วประธานสภาควรจะเป็นของพรรคอันดับที่ 1 ซึ่งคงต้องให้เวลาพรรค พท.ได้พูดคุยกันและหาข้อสรุป ซึ่งเป็นกระบวนการภายในพรรค เราไม่มีเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้พรรค พท.ยกเก้าอี้ประธานสภาให้กับพรรคก้าวไกล ตนคิดว่าเป็นหลักการทั่วในระบบรัฐสภา พวกเราควรจะช่วยกันฟื้นฟูระบบประชาธิปไตย ให้ระบบการเมืองกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยปกติ

เมื่อถามว่า สมาชิกพรรค พท.บางส่วนกล่าวว่าเก้าอี้ประธานสภาต้องเป็นของพรรค พท.เท่านั้น จะมีผลต่อการเจรจาหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องให้ผ่านการประชุมภายในของพรรค พท.ก่อน แต่ตนคิดว่าน่าจะได้ข้อสรุปที่ดีที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันประสบความสำเร็จ เรายังเชื่อว่าพรรค พท. ก้าวไกล ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง ที่อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมมาบริหารประเทศแทนรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการเจรจากับ ส.ว. นายชัยธวัชกล่าวว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะรอดูขั้นแรก คือการเลือกประธานสภา เราเชื่อว่า ส.ว.ยังมีมาตรฐานเหมือนเดิมอย่างในปี 2562 ว่า ถ้าพรรคการเมืองใดสามารถรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาได้ก็สมควรที่จะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น การเลือกประธานสภาก็จะสะท้อน การจับมือร่วมกันของ 8 พันธมิตรที่มีก้าวไกลเป็นแกนนำ มีความเหนียวแน่นเหมือนเดิม หากผ่านเรื่องนี้แล้วก็จะทำให้ ส.ว.จำนวนมากมีความเชื่อมั่นว่าพรรคก้าวไกลยังเป็นแกนนำในการรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรได้

Advertisement

ส่วนการที่ ส.ว.ขอให้ก้าวไกลลดเพดานมาตรา 112 ตนคิดว่าทางด้านนโยบายและความเหมาะสมของแคนดิเดตนายกฯแต่ละพรรค ทุกคนที่เป็นคนไทยได้แสดงออก ตัดสินใจไปแล้วพร้อมกันผ่านการเลือกตั้ง ในฐานะประชาชนที่มี 1 สิทธิ 1 เสียง เพราะฉะนั้น ขั้นตอนการเลือกนายกฯในสภาเรายังหวังว่าทุกฝ่ายที่ปรารถนาดีกับบ้านเมืองจะยึดมั่นว่า ถ้าพรรคการเมืองไหนรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ได้ก็ควรเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ควรจะเป็นในระบบรัฐสภา

ตนหวังว่า ส.ว.จำนวนมากจะยึดตามหลักการนี้เช่นกัน ส่วนข้อกังวลในอนาคต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงพรรคก้าวไกล จะไปสร้างปัญหาอะไรหรือไม่ในอนาคต เรื่องนี้ตนคิดว่า ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ ใครเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรที่ฝืนความเห็นชอบของสังคมส่วนใหญ่ได้ หากไปสร้างความขัดแย้งในสังคมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็อยู่ไม่ได้ มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารเอง หรือในสภาผู้แทนราษฎรก็มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลอยู่แล้ว ร่างกฎหมายต่างๆ แม้จะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันแต่กระบวนการหาข้อยุติในสภาผู้แทนราษฎรเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กระบวนการทางประชาธิปไตยหาข้อยุติ

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลมองฉากทัศน์ไว้กี่แบบในวันโหวตนายกฯ นายชัยธวัชกล่าวว่า หวังว่าจะมีเพียงฉากทัศน์เดียว เพราะหากมีฉากทัศน์อื่นก็อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองได้ ทั้งที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา ส่วนฉากทัศน์ที่วางไว้จะจบภายในครั้งเดียวหรือไม่ ตนมองว่าอันที่จริงควรเป็นเช่นนั้น หลายฝ่ายเองก็กังวลว่ากระบวนการดำเนินไปแบบไม่ปกติ ไม่มีความชัดเจนทางการเมือง ก่อให้เกิดความกังวลในเสถียรภาพทางการเมืองก็จะกระทบกับหลายๆ ส่วน ประชาชนที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจที่วันนี้เป็นเรื่องแปลกที่มีการเลือกตั้งชัดเจนแล้ว แต่เศรษฐกิจก็ตอบรับในทางลบเพราะมีความกังวลใจในเรื่องความชัดเจนว่า ผลในการจัดตั้งรัฐบาลจะสอดคล้องเป็นไปตามเสียงของประชาชนหรือไม่ ดังนั้น ดีที่สุดกับทุกฝ่ายคือดำเนินไปตามผลของการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า หากเกมพลิกให้พรรค พท.ได้ตำแหน่งนายกฯ พรรคก้าวไกลสามารถรวมกับพรรค พท.ได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ตนยังเชื่อว่าพรรค พท.มีความมุ่งมั่น จริงใจ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกล เราได้ผ่านการต่อสู้เพื่อทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตยมาแล้ว เราเคยไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เราก็ไม่เห็นด้วยในปี 2562 ที่พรรคที่ไม่ได้ชนะการเลือกตั้งแต่ใช้เงื่อนไขพิเศษไปรวบรวมเสียงข้างมากขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทน

“ดังนั้น ผมยังเชื่อมั่นว่าพรรค พท.ยังมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตยร่วมกับก้าวไกล” นายชัยธวัชกล่าว