สถานีคิดเลขที่ 12 : รอคำถาม-ฟังคำตอบ

27.06.23 | 09:01 น.

สถานีคิเลขที่ 12 : รอคำถาม-ฟังคำตอบ

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

ตามกำหนดการวันที่ 4 กรกฎาคม สภาผู้แทนราษฎรจะเรียกประชุมเพื่อเลือกประธานสภา

ความชัดเจนของประธานสภา ซึ่งจะเป็นประธานรัฐสภาด้วยจะชัดเจนในวันที่ 27 มิถุนายน เพราะพรรคเพื่อไทยมีกำหนดประชุมลูกพรรค

ตามข่าวที่ปรากฏ คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลต่างต้องการเก้าอี้นี้

Advertisement

ภายหลังแกนนำพรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรเป็นไปตามครรลอง คือ มอบเก้าอี้แก่พรรคอันดับ 1 ส่วนเก้าอี้รองประธานสภา น่าจะได้พรรคอันดับ 2 เพราะมีคะแนนไม่ต่างจากพรรคอันดับ 1 และมีคะแนนต่างจากพรรคอันดับ 3 มาก

แต่สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่ยินยอมขู่ว่าจะฟรีโหวต เดือดร้อนถึงแกนนำพรรคเพื่อไทยที่ต้องจัดประชุมตกลงกันภายในก่อนจะไปประชุมกับพรรคก้าวไกลในวันที่ 28 มิถุนายน

กระแสข่าวตอนนี้คือจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ เป็นตัวชิง แล้วฟรีโหวตแข่งกับคนของก้าวไกล

เรื่องนี้มีเดิมพันกันถึงอนาคตรัฐบาลขั้วประชาธิปไตย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวขยายผลกลายเป็นสูตรรัฐบาลเสียงข้างน้อย และรัฐบาลผสม เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ

ในประเด็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ ส.ส.มาเป็นอันดับ 3 ไม่เห็นด้วย ทำให้สมการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยต้องพับไป

แต่ประเด็นรัฐบาลผสมสูตรใหม่ เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ยังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่

ท่ามกลางกระแสข่าวที่บรรดา ส.ว.ออกมากระพือ ทั้งข้ออ้างการแก้ไขมาตรา 112 ทั้งข้ออ้างว่านายพิธา โดนร้องเรื่องถือหุ้นสื่อ ทั้งกระแสพลิกขั้วจาก “ฝ่ายแพ้เป็นชนะ จากฝ่ายชนะเป็นแพ้” ทั้งข่าว 6,000 ล้านบาท แจกหัวละ 100 ล้านบาท และอื่นๆ

ยืนยันว่า แนวต้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นแน่นหนา

แม้ข้ออ้างแก้ไขมาตรา 112 นั้นจะแลดูแข็งแกร่ง แต่หากมองผลการเลือกตั้งและท่าทีของพรรคการเมืองที่ตบเท้าเข้าสภาแล้ว

เชื่อว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล 151 คน เมื่อเทียบกับ ส.ส. 500 คน ถือว่าเป็นเสียงข้างน้อย การขับเคลื่อนแก้ไขมาตรา 112 จึงยากลำบาก

การไม่ระบุประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ในเอ็มโอยู 8 พรรคนั้นคือหลักฐานเชิงประจักษ์

ส่วนกรณีคำร้องถือหุ้นสื่อก็มีข้อโต้แย้งมากมาย ที่สำคัญคือนายพิธายังอยู่ในสถานะผู้ถูกกล่าวหา ขั้นตอนต่างๆ อยู่ระหว่างไต่สวน ไม่น่าจะมีน้ำหนักพอจะคัดค้านนายพิธาที่ได้รับการสนับสนุนจาก 8 พรรค

แต่ทุกอย่างเหมือนมีธงกันมาแล้วว่าไม่เอานายพิธา รวมถึงผลักไสพรรคก้าวไกลไปอยู่ฝ่ายค้าน

เข้าใจว่าข่าวสารต่างๆ ที่สะพัดในช่วงนี้เกี่ยวพันกับเรื่องนี้

ขณะที่พรรคก้าวไกลนั้นนิ่งมาก ทั้งนายพิธาและ ส.ส.ก้าวไกล

สอบถามนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลทีไรก็มั่นใจในความคืบหน้า

คล้ายกับว่าในที่สุดแล้ว นายพิธาจะได้รับเสียงสนับสนุน 376 เสียงแน่นอน ซึ่งขัดกับความเคลื่อนไหวต่อต้านข้างต้น

หรือพรรคก้าวไกลก็รู้เรื่องว่าในที่สุดนายพิธาอาจไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าทำเต็มกำลัง พร้อมเปิดเหตุและผลทุกอย่างให้ประชาชนได้เห็น

สุดท้ายหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ประชาชนจะเป็นผู้สอบถามและรอคำตอบว่า แล้วเราจะเลือกตั้งกันทำไม?