‘วิโรจน์’ จี้ อธิบดีกรมการขนส่งฯ สอบขบวนการตรวจสภาพรถทิพย์ หลังทำมานานกว่า 10 ปี แฉช่างตรวจสภาพฯ รวยเว่อร์ มีเครื่องบินเล็ก
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากขบวนการตรวจสภาพรถทิพย์ จ.สกลนคร ว่ากรณีที่เกิดขึ้นตนขอเรียกร้องไปยังอธิบดีกรมการขนส่งทางบกให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ จ.สกลนคร เนื่องจากพื้นที่นี้มีการร้องเรียนหลายครั้ง และเป็นระยะเวลานานแล้วในเรื่องมีกระบวนการตรวจสภาพรถทิพย์ เพราะพื้นที่โดยในภาพใหญ่ ทุกครั้งที่เราไปออกรถป้ายแดง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ทางดีลเลอร์รถจะบอกว่าเป็นค่าทะเบียน หรือค่าดำเนินการออกรถใหม่ แล้วคนที่ออกรถป้ายแดงก็จะรู้สึกดีใจ ถือเป็นความเฮงๆ เขาเรียกเท่าไรก็เอาเงินไปจ่ายเท่านั้น
แต่ปรากฏว่า บิลค่าใช้จ่ายที่ออกมามีค่าใช้จ่ายไม่เท่าไร เช่น ภาษีรถยนต์มีค่าธรรมเนียมในการออกรถใหม่แค่ 55 บาท แต่ปรากฏว่าเก็บจริงไปหลายพันบาท เลยตั้งข้อสงสัยว่าเก็บไปให้ใคร เอาไปให้ช่างตรวจสภาพรถ-เจ้าหน้าที่บางคนหรือไม่ เรื่องนี้พัวพันกับใครบ้าง มองว่าไม่ใช่ค่าบริการธรรมดา มิหนำซ้ำเวลาที่ผ่อนหมดแล้วจะต้องมีการโอนปิดบัญชี ทำให้ต้องมีการโอนชื่อจากไฟแนนซ์มาเป็นเจ้าของรถ
ซึ่งตามจริงต้องจ่าย 105 บาท แต่ปรากฏว่าหลายคนจ่ายไปหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับประเภทรถว่าหรูขนาดไหน เกรดอะไร หากเป็นรถหรูจะจ่ายแพง ซึ่งเมื่อสักครู่ได้ตรวจสอบกับกลุ่มไรเดอร์ที่มาร้องเรียนกับพรรค ก.ก.พบว่าเป็นเรื่องจริง ผู้เสียหายเข้าใจว่าส่วนหนึ่งเป็นค่าบริการที่ให้ตัวแทนไปดำเนินการแทน หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องพัวพันที่ต้องนำเงินไปให้เจ้าหน้าที่ทะเบียนบางคนด้วย หรือแม้กระทั่งช่างตรวจสภาพรถ
นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด กี่สิบปีแล้ว ขบวนการนี้ใหญ่ขนาดไหนที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน รวมถึงรถป้ายแดงควรมีอีกหรือไม่ เนื่องจากหากปัจจุบันพัฒนาเป็นระบบออนไลน์แล้วควรจะเป็นรถป้ายดำโดยทันที สมัยก่อนมีรถป้ายแดงเพื่อรอให้เดินงานธุรการ จึงให้สวมป้ายแดงไปก่อน แต่ในปัจจุบันไม่จำเป็นแล้ว คิดว่าต้องทบทวนกฎระเบียบว่ารถที่เพิ่งออกจากโรงงานจำเป็นต้องตรวจสภาพเพื่ออะไร ไม่จำเป็นต้องตรวจแล้วถูกหรือไม่ ให้ดีลเลอร์หรือศูนย์ขายรถคีย์เข้าระบบไปเลยว่าเลขเครื่องเลขอะไร ตัวถังเป็นเลขอะไร กฎหมายตัวนี้ออกมาเพื่ออะไร ไม่มีใครที่อยากขับรถป้ายแดงไปตรวจตามขนส่งอยู่แล้ว หรือขับรถลูกค้าไปตรวจนอกศูนย์รถ
นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่ากลัวคือรถสวมทะเบียน รถจดประกอบ และรถที่ไปซื้อซาก ที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเอาเลขคัสซีไปสวมรอย กับรถที่โจรกรรมมา ตามระเบียบการซื้อรถมือสองต้องมีการตรวจสภาพเหมือนกัน แล้วมีระเบียบที่ให้ทางเจ้าหน้าที่หรือช่างตรวจสภาพ มาตรวจนอกสถานที่ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่สอบถามมาเบื้องต้นคือไม่ได้มาตรวจจริง เอาเอกสารพร้อมผลประโยชน์บางอย่างแล้วให้เซ็นชื่อ เหมือนกับตรวจแล้ว เรียกว่า ตรวจทิพย์

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า คนทั่วไปก็เดือดร้อน เนื่องจากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ถูกขโมย ตราบใดที่การจดทะเบียนรถมีความหละหลวม ปัญหารถหายก็ยังเกิดขึ้น การโจรกรรมรถก็จะเบ่งบาน ซึ่งตนจะเข้าไปตรวจสอบทั้งหมด พร้อมฝากไปยังอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ช่วยขันนอต และหวังว่าจะได้รับคำตอบ เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งมาเป็นปีแล้ว และหากยังไม่เชื่อตนจะเปิดไลน์ให้ดูว่าทางกรมการขนส่งทางบกพูดคุยอะไรกับผู้เสียหายบ้าง เห็นแล้วตกใจมาก เพราะการตรวจต้องพาช่างออกไปตรวจไม่ใช่พาคนเข้ามาให้เซ็นชื่อ มองว่าเป็นการรีดไถประชาชนโดยที่ประชาชนไม่รู้เรื่อง
เมื่อถามว่าช่างที่ตรวจสภาพรถเป็นช่างเอกชน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ นายวิโรจน์กล่าวว่า ได้รับข้อมูลว่าเป็นช่างตรวจสภาพของรัฐบางคน ยังเหมารวมไม่ได้ จากที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่บางคนมีเครื่องบินเล็กเป็นของตัวเอง จึงตั้งข้อสังเกตว่าช่างตรวจสภาพจะมีเครื่องบินเล็กของตัวเองได้อย่างไร มีอพาร์ตเมนต์ มีรถยนต์หรู มีเงินเดือน 30,000-40,000 บาท ไม่น่าจะมีเครื่องบินเล็กได้ แปลก มีอพาร์ตเมนต์ เช่า 3-4 ห้อง ควรจะเข้าไปตรวจสอบว่าเขาทำอะไรถึงรวยขนาดนี้
เมื่อถามว่าคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใกล้จะจบลงแล้ว หลังยุบคณะทำงานจะมีการสานต่องานอย่างไร นายวิโรจน์กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการหารือกันถึงการร่างนโยบายเพื่อแถลงต่อสภา จะได้เป็นเข็มทิศนำทางในการจัดการกับส่วยและคอร์รัปชั่นให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เห็นตรงกันคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
