หน้าแรก การเมือง ยอดพล กล้าพูด...

ยอดพล กล้าพูด ‘รบ.เสียงข้างน้อย’ เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เชื่อ สูตรนี้ตายตั้งแต่วาระแรก

26.06.23 | 19:49 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล ว่า สูตรรัฐบาลตอนนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็เป็น 8 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรที่น่าจะพลาด ถึงที่สุดแล้วต้องถามว่า สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะไม่โหวตตามสภาล่างหรือสภาผู้แทนราษฎรที่เลือกมาเลยหรือ คิดว่ายังอยู่ในรูปแบบที่คุยกันไว้ตั้งแต่แรกที่ทำ MOU การที่พรรคก้าวไกลยังมีเสียงไม่ถึงและต้องไปดึงเสียงเพิ่มมองว่า คงเป็นอย่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเคยพูดไว้ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อยู่ที่ว่า สว. จะเข้าใจในประเด็นนี้หรือไม่ สุดท้ายแล้วไม่สามารถที่จะดึงดันตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ มีสิ่งที่เรียกว่า convention (ข้อตกลง) คือ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งมีสิทธ์ได้ตั้งรัฐบาลก่อน และทั้ง 8 พรรคก็ทำ MOU กันเรียบร้อย ซึ่งเสียงเกินกึ่งหนึ่ง เกิน 250 ไปแล้ว ต้องถามว่า ส.ว.จะสวนมติตรงนี้จริงหรือ

“ถ้าฝืนไปคิดว่าไม่มีประโยชน์รังแต่จะทำให้การเมืองไปต่อไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็นว่า มีรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่บริหารประเทศ ซึ่งไม่มีในโลก นึกไม่ออกว่าถ้ามีจะเป็นในรูปแบบไหน ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยจะหันมาเป็นแกนนำรัฐบาลเอง มองว่าไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่ พรรคเพื่อไทยอยู่ในการเมืองมานานคิดว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษพอ ร่วมหัวจมท้ายมาแล้ว พรรคเพื่อไทยจะไปรวมกับใครอันนี้คือคำถามที่ต้องตอบ แต่ยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ดึงดันที่จะหักกับ MOU ที่ไปเซ็นมา มองในแง่ดีก่อน ถ้าหักแล้วจะเป็นผลเสียในระยะยาวกับพรรคเอง แกนนำพรรคเพื่อไทยก็รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ และคงจะไม่ทำแบบนั้น” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าว

ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวว่า ส่วนโอกาสที่รัฐบาลเดิมจะไปซื้อเสียง ส.ส.  มีความเป็นไปได้ มีคนออกมาพูดขอไม่เอ่ยชื่อว่าใครที่บอกว่า ต้องการอีกแค่ 60 เสียง ทีแรกตั้งใจใช้เงิน 2 หมื่นล้าน ไปๆมาๆ ใช้แค่ 6-7 พันล้าน

“ประเทศเราจะเอาแบบนี้กันจริงๆหรือ กลายเป็นว่าเงินประมาณนี้ก็ซื้อ ส.ส.ได้ ถามว่ามีใครมีเงินสดอยู่ในมือถึง 2หมื่นล้าน – 6 หมื่นล้านที่พร้อมจะจ่ายซื้อตัว ส.ส.บ้าง เพราะกระสุนส่วนใหญ่ถูกใช้ไปตอนเลือกตั้งหมดแล้ว คิดว่าไม่มีใครกล้าทุ่มเพื่อซื้อตัวมา

อีกอย่างหนึ่ง ประสบการณ์น่าจะสอน ส.ส.และอดีต ส.ส.แล้วว่า การเป็นงูเห่าไม่ได้การันตีอะไรเลย ไม่ได้การันตีว่าจะได้รับการเลือกตั้งในสมัยหน้า ถ้าดู ส.ส.งูเห่าพรรคก้าวไกลในรอบที่แล้ว ไม่มีใครได้รับเลือกเลย เว้นแต่อยากได้เงิน แบบนั้นจบ แต่ถ้าสมมติพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล มีการแปรพักตร์ไปเป็นงูเห่า คิดว่าส.ส.ต้องคิดให้มากว่าเป็นงูเห่าเอาเงินแล้วจบที่สมัยเดียวหรือจะอยู่กันยาวๆ

Advertisement

ถ้าใช้สูตรรัฐบาลเสียงข้างน้อยจริง คิดว่า คงตายตั้งแต่วาระแรกของการบริหารราชการ ต้องไม่ลืมว่าโดยมารยาทที่มีหรือปล่าไม่ทราบ ถ้ากฎหมายสำคัญที่ถูกเสนอแล้วไม่ผ่าน นายกฯต้องลาออก จะบริหารอย่างไรรัฐบาลเสียงข้างน้อยยังนึกภาพไม่ออก คนคิดใช้อะไรคิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย มันเป็นเพียงคำปลอบใจเฉยๆ

กล้าพูดตรงนี้เลยว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เพราะท้ายที่สุดแล้วการเป็นรัฐบาลต้องเป็นเสียงข้างมาก แต่จะทำอย่างไรให้เป็นเสียงข้างมากก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่ากังวลมากกว่า ท้ายที่สุดมองว่ารัฐบาลที่ได้จัดตั้งคือ 8 พรรคหน้าเดิมที่ทำ MOU กันไว้ อย่างที่บอกว่ามองในแง่ดี ถึงที่สุดแล้ว ส.ว.เองไม่น่าที่จะกล้าขัดเสียงของสภาล่าง ไม่อย่างนั้นจะเป็นการปกครองแบบประหลาดแล้วบอกว่าเป็นประชิปไตยซึ่งไม่ใช่ คำถามเกิดขึ้นแน่ว่า จะให้เลือกตั้งทำไมถ้าทุกอย่างขึ้นอยู่กับส.ว. และส.ว.เองกลับพูดว่าก็ไปหาเสียงอีก 300 กว่าเสียง ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วในยุคนี้ จริงๆ ส.ว.ควรเคารพฉันทามติของประชาชน” ผศ.ดร.ยอดพล กล่าว