‘วราวุธ’ รอถกลูกพรรค ชทพ.โหวตประธานสภา ระบุสเปกมีประสบการณ์ ลั่นยุคนี้ไม่ควรมีงูเห่า

27.06.23 | 10:12 น.

‘วราวุธ’ รอถกลูกพรรค ชทพ. คุยแนวทางโหวตประธานสภา แนะสเปกต้องมีประสบการณ์ เผยพรรคร่วมเก่ายังไม่ได้คุยกัน รอวันชัดเจนค่อยยกหู บอกช่วงนี้ข่าวลือเยอะ แนะ ปชช.ใช้วิจารณญาณในการฟัง ยันยุคนี้ไม่ควรมีงูเห่า

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนาต่อการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าในวันที่ 28 มิ.ย. ส.ส.ของพรรคทั้งหมด 10 คน จะเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภา ส่วนที่ต้องรอถึงวันสุดท้ายเนื่องจากมีสมาชิกบางคนเพิ่งกลับจากไปต่างประเทศ โดยวันที่ 3 ก.ค. มีกำหนดการรัฐพิธีเปิดประชุมสภา และรออยู่ว่าจะมีการเรียกประชุมสภาครั้งแรกเมื่อไหร่ หลังจากมีความชัดเจนจะมีการพูดคุยกับสมาชิกพรรคอีกครั้งหนึ่งว่าแนวทางในการโหวตเลือกประธานสภาจะเป็นในทิศทางใด มีแคนดิเดตจากพรรคใด แล้วจะโหวตอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลักการของพรรคจะต้องโหวตให้ประธานสภาที่มาจากพรรคอันดับหนึ่งหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ต้องฟังความคิดเห็นหลากหลายในพรรคก่อน เพราะมีอยู่หลายแนวทาง โดยเฉพาะต้องดูประสบการณ์และเสถียรภาพในการควบคุมการประชุมสภา เพราะที่ผ่านมาประชาชนคงเห็นว่าในการประชุมสภาเวลามีเหตุการณ์ต่างๆ ในสภาขึ้นมา ประสิทธิภาพในการควบคุมการประชุม ความแม่นยำในการใช้กฎหมาย รวมถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภา ส่วนจะเป็นใครต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนยันว่าเราต้องหาคนที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ประธานสภา แต่ต้องเป็นประธานรัฐสภาด้วย

เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการเปิดให้ฟรีโหวตหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะปกติหากมีการแข่งขันกันจะต้องมีการให้โหวตลับ คงต้องมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อบุคคลที่มาจากขั้วรัฐบาลเก่าจะพิจารณาเป็นพิเศษหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า คงไม่พิเศษ แต่เราจะพิจารณาถึงคุณสมบัติ ดูว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไรมากกว่า เพราะเราให้ความสำคัญกับศักยภาพในการที่จะควบคุมดูแลการประชุมสภามากที่สุด

Advertisement

เมื่อถามว่าปัจจุบันมีโอกาสพูดคุยกับพรรคร่วมเดิมหรือไม่ถึงแนวทางการโหวตเลือกประธานสภา นายวราวุธกล่าวว่า ถ้ารู้วันประชุมที่แน่นอนและตัวบุคคลที่แน่นอนคงจะยกหูพูดคุยกัน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการพลิกขั้วกลับมาเป็นรัฐบาล นายวราวุธกล่าวว่า ตอนนี้มันมีหลายกระแส ข่าวลือ ข่าวปล่อย มีมาก ประชาชนต้องฟังหูไว้หู ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรง ซึ่งการบริโภคข่าว ทำความเข้าใจกับข่าว ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร อย่าเพิ่งมั่นใจอะไรที่ได้อ่านร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งข่าวในสื่อโซเชียลเราแทบไม่รู้เลยว่ามีแหล่งที่มาจากไหน บางครั้งมีเฟคนิวส์ออกมา จึงต้องใช้วิจารณญาณ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ จะมีระยะเวลาของมัน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อ “งูเห่า” มีการประเมินหรือไม่ว่ามาอย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีใครมาซื้อตนเลย และเราไม่เคยไปติดต่อซื้อใครด้วย ซึ่งข่าวนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งข่าวที่เป็นข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และช่วงนี้ใกล้เปิดสภา เป็นเรื่องปกติที่จะมีข่าวเหล่านี้ออกมา จึงอยากขอให้ประชาชนเวลาฟังข่าวอะไรอย่าเพิ่งตัดสินใจ เพราะเราไม่รู้ว่าคนที่ให้ข่าวนั้นมีเจตนาอย่างไร

นายวราวุธกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คิดว่าการเมืองในแต่ละยุคจะมีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันไป 10 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้น เชื่อว่าในสภาชุดต่อไปอาจจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกเช่นกัน อะไรที่ควรหรือไม่ควรล้วนแล้วแต่เป็นจรรยาบรรณของ ส.ส.ที่จะมีวิจารณญาณของตัวเองอยู่แล้ว ส่วนจะเกิดสิ่งใดหรืออะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นนั้นตนตอบไม่ได้

นายวราวุธกล่าวต่อว่า อย่างข่าวการซื้อตัวที่เกิดขึ้นมาเราไม่มั่นใจว่าเป็นตามนั้นหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐาน จึงเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ข่าวปล่อย และถ้าจะมีเขาคงคุยกันหลังม่าน ฉะนั้น คงไม่มีใครทราบได้ว่าจริงหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรจะมี

เมื่อถามว่าคิดว่าการประชุมสภาครั้งนี้จะราบรื่นหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า คิดว่าคนที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราวคือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คงมีภารกิจที่ท้าทายพอสมควร และตนดีใจที่เป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เพราะเป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอดมานาน เป็นผู้ใหญ่ที่ ส.ส.นับหน้าถือตามาก ดังนั้น คิดว่าจะสามารถควบคุมการประชุมสภาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้กับ พล.ต.ท.วิโรจน์

เมื่อถามถึงจุดยืนเกี่ยวกับมาตรา 112 นายวราวุธกล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเอามาตรา 112 แต่ไม่เอาพรรคที่แก้มาตรา 112