‘เศรษฐา’ มอง ‘ก้าวไกล’ เปิดชื่อ ‘ปดิพัทธ์’ นั่งประธานสภา เป็นความชัดเจน มั่นใจตกลงกันได้

28.06.23 | 14:38 น.

‘เศรษฐา’ มอง ‘ก้าวไกล’ เปิดชื่อ ‘ปดิพัทธ์’ นั่งประธานสภา เป็นความชัดเจน ชี้แม้การตกลงออกมาทางใดทางหนึ่ง แต่เป้าหมายหลักจะไม่เสีย เชื่อฝ่าย ปชต.จัดตั้งรัฐบาลได้

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลื่อนประชุมระหว่างพรรค พท.และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เรื่องประธานสภาว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่หากถามว่าจะจบอย่างไรนั้น ตนคิดว่าคงเหมือนเดิมคือ ฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือกัน เพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ซึ่งเรื่องตำแหน่งประธานสภา ยังมีเวลาอีก 3-4 วัน เชื่อว่าการเจรจาจะออกมาด้วยดี ไม่มีประเด็นอะไรมาหยุดยั้งการจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยได้

เมื่อถามว่า แม้ว่า พท.จะแสดงจุดยืนอย่างไร แต่ทัวร์ก็จะมาลงบอกว่า พท.ทรยศ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มีหรอก เราไม่ทรยศ ซึ่งเราพูดมาตลอดมาว่าเราเคารพเสียงของประชาชน และเราฟังทุกเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงของ ส.ส.หรือคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ตนคิดว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือเรือธงต้องไม่เปลี่ยน คือฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือกันและจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพื่อจะได้มีรัฐบาลใหม่มาบริหารจัดการประเทศและช่วยเหลือประชาชน

นายเศรษฐากล่าวต่อว่า ส่วนหากการหาข้อยุติเรื่องประธานสภาที่ล่าช้าออกไปจะทำให้ประชาชนมองว่าเป็นการแย่งตำแหน่งกันหรือไม่นั้น ตนมองว่าคงไม่เป็นการแย่ง เพราะเราเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว จับมือกันแล้ว ขณะนี้คงต้องเป็นการคุยรายละเอียด ซึ่งตนเชื่อว่าจะคุยกันรู้เรื่อง และมั่นใจว่าจะไม่มีการพลิกขั้ว อย่างไร พท.กับ ก.ก.ก็จับมือไปด้วยกัน จนกระทั่งไปถึงปลายทาง ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนการเจรจายังไม่จบ แม้ตนจะไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการเจรจา แต่ก็ได้รับฟังว่าพูดคุยกันเป็นไปด้วยดี

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรค ก.ก.มีการเปิดตัว นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และมีการแสดงวิสัยทัศน์ สำหรับตำแหน่งประธานสภา จนถูกมองว่าออกตัวแรงไปแล้วนั้น นายเศรษฐากล่าวว่า อย่ามองว่าเป็นการออกตัวแรง เขามีความชัดเจนมากกว่า เขาคงมีการโหวตกันภายในเป็นไปตามครรลองของพรรค และยืนยันว่าการเลือกประธานสภา ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลของฝ่ายประชาธิปไตย

Advertisement

เมื่อถามว่า ท้ายที่สุดแล้วพรรค พท.หรือพรรค ก.ก.จะต้องถอยหรือไม่ หรือต้องมีการปรับสูตรสมการ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่าคิดว่าเป็นการเสียสละ การยกให้ หรือเป็นการถอย แต่เป็นการคุยกับฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกัน และจับมือจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน และเชื่อว่าทั้ง 2 พรรคจะคุยกันรู้เรื่อง แม้ว่าการตกลงจะออกมาทางใดทางหนึ่ง แต่เป้าหมายหลักจะไม่เสีย ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้จะไม่กระทบกับการรีแบรนด์ของพรรค พท. เพราะเป็นเรื่องภายในของพรรค พท. เราก็ทำของเราต่อไป ส่วนพรรค พท.จะมีการเปิดรายชื่อประธานสภาเมื่อไหร่นั้น ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็น กก.บห. และมั่นใจว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค ก.ก. จะได้รับฉันทามติโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน