หน้าแรก การเมือง นายกฯหนุนคนไท...

นายกฯหนุนคนไทยรักการอ่าน ชี้สอนให้คิดเป็นเหตุผล แนะหนังสือปรัชญา ของทินพันธุ์ นาคะตะ

24.12.16 | 13:40 น.
ขอบคุณภาพหนังสือประกอบจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์ของพระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า อยากสนับสนุนให้คนไทยทุกคนรักการอ่าน อันเป็นพื้นฐานในการสร้างแนวคิด เป็นคนมีเหตุมีผล ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาของตนเองให้ลุล่วง อยากจะแนะนำหนังสือ ชื่อ “คุณธรรม จริยธรรม กับศีลธรรม จากมุมมองของปรัชญา” ของ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งกล่าวถึงความรู้จักผิดชอบชั่วดีของคนและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข ช่วงท้ายของหนังสือได้กล่าวถึงจรรยาบรรณในอาชีพต่างๆ ของไทย ทั้งนักการเมือง, ข้าราชการ, ศาล, ตำรวจ, แพทย์, สื่อมวลชน, ครู อาจารย์ ฯลฯ ต่างก็มีบทบาท หน้าที่ที่สำคัญ และส่งผลกระทบต่อสังคมทั้งสิ้น

“สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ ก็คือ การพัฒนาตนเอง ไปสู่คนที่มีหลักการและเหตุผล ใช้สติปัญญาในการคิดวิเคราะห์ ใคร่ครวญ รู้จักแยกแยะ จัดกระบวนการคิดของตนเอง แยกให้เป็นกลุ่มความคิดต่างๆ เช่น สิ่งนี้ทำแล้วจะเกิดเป็นประโยชน์เพื่อใคร เพื่อตนเอง หรือเพื่อคนอื่น หรือเพื่อทั้ง 2 อย่าง เราน่าจะมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง อย่างน้อยก็พยายามฟังเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตนเองบ้าง จะได้รู้ความเป็นมาเป็นไปของสถานการณ์รอบตัวในปัจจุบัน ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยข้อมูลที่ดี ถูกต้อง และไม่ดี ไม่ถูกต้อง ถูกบิดเบือน ใครหลายคนอาจตัดสินใจไม่ได้ เพราะข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ไม่รอบด้าน จนคนเหล่านั้นอาจต้องใช้ความรู้สึก ความชอบ ในการตกลงใจ แล้วทำอะไรลงไป หากถูกชี้นำโดยคนดี ข้อมูลถูกต้อง ทุกอย่างก็จะเป็นคุณ แต่หากถูกชี้นำด้วยคนไม่ดี มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ มีวาระซ่อนเร้นแล้ว ก็จะนำไปในทางเสื่อม เสียโอกาสสำหรับตนเองและส่วนรวมได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องช่วยกันคิด พิจารณาว่าประเทศไทยกำลังติดกับดักอะไรบ้าง และด้วยเหตุผลใด อาทิ 1.ความเคยชิน การไม่เคารพกฎหมาย การที่ชอบทำอะไรที่มักง่าย สบายๆ เป็นพวกสะดวกนิยม 2.การทำความผิด โดยเลือกที่จะทำเพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตน และความสะดวกรวดเร็ว 3.พื้นฐานความรู้ การเรียนรู้ ที่ไม่เท่าเทียมกัน ด้วยการขาดโอกาส หรือเคยมีโอกาสแต่ก็ไม่ใส่ใจ หรือไม่รู้จักแสวงหา 4.สมาธิไม่เท่ากัน บางคนสั้น บางคนยาว บางคนมากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันไป ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องของตนเอง ก็ไม่สนใจ ไม่ตั้งใจฟัง ไม่รับฟัง ก็เลยไม่รับรู้ว่าอะไรคืออะไร