ภาพ จากรัฐสภา ณ เบื้องหน้า ‘แม่บ้าน’ บทบาท ก้าวไกล

29.06.23 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : ภาพ จากรัฐสภา ณ เบื้องหน้า ‘แม่บ้าน’ บทบาท ก้าวไกล

ภาพที่เหล่า “แม่บ้าน” แห่งสัปปายะสภาสถาน พร้อมใจกันเขียนป้าย “ยินดีต้อนรับ” เมื่อ 150 ส.ส.
พรรคก้าวไกล เข้า “รายงานตัว”

“อ่อนไหว” และ “ละเอียดอ่อน”

เพียงมองผ่านลายมือโย้เย้อันบ่งสะท้อน “ยินดีต้อนรับ” ก็สร้างความสะทกสะท้อนใจเป็นอย่างสูง

เป็นลายมืออัน “แทน” ความรู้สึกได้อย่างยอดเยี่ยม

Advertisement

และเมื่อเกิดคำถามว่าทำไมต้องเป็นการแสดง “ยินดีต้อนรับ” ให้กับการมาของ 150 ส.ส.พรรคก้าวไกล
ยิ่งมากด้วย “ความอ่อนไหว”

นำไปสู่อีกคำถามว่า ทำไม “ต้อง” พรรคก้าวไกล

ความละเอียดอ่อนนี้ “โยง” ยาวไปยัง “สายสัมพันธ์” ระหว่าง “แม่บ้าน” กับพรรคก้าวไกล ยืนยันลักษณะเด่นอันเป็นจิตวิญญาณหนึ่งแห่ง “พรรคภาพ”

ก่อให้เกิด “ความต่าง” จากพรรคการเมือง “อื่น” โดยพลัน

การดำรงอยู่ของ “แม่บ้าน” ภายในองค์ประกอบแห่ง “รัฐสภา” เป็นการดำรงอยู่ในจุดอันเป็น “ลูกจ้าง” มิใช่ “พนักงานแห่งรัฐ”

ทั้งมิใช่ลูกจ้าง “โดยตรง” หากแต่เป็น “เอาต์ซอร์ส”

แทบมิได้รับความสนใจ แม้กระทั่งห้องพักในยามหยุดจากการทำงานก็ไม่มีให้ ต้องอาศัยอยู่ในแต่ละหลืบแห่งรัฐสภา

จุดเริ่มมาจาก ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่

เป้าหมายแรกของ น.ส.วรรณวิภา ไม้สน มิได้อยู่ที่ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐสภา หากแต่อยู่ที่ “แม่บ้าน”

มูลฐานคือเธอเป็น “ผู้ใช้แรงงาน” แม้จะดำรงอยู่ในสถานะอันเป็น “ผู้แทนปวงชน” แต่ก็มิได้ลืม “รากเหง้า” อย่างแท้จริงของตนเอง

ตรงนี้ต่างหากที่ “ซื้อใจ” ของ “แม่บ้าน” ได้

เมื่อมองลักษณะแห่งพรรคจากพรรคอนาคตใหม่มายังพรรคก้าวไกลก็จะสัมผัสได้ในความมั่นคงในทิศทางสร้างพรรค

ให้เกียรติ “คนธรรมดา” ให้เกียรติ “ผู้ใช้แรงงาน”

ไม่เพียงด้วย “คำพูด” หากแต่โดยปฏิบัติการที่เป็นจริง เห็นจาก น.ส.วรรณวิภา ไม้สน เป็นบัญชีรายชื่อ
หมายเลข 3 ในการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562

ขณะที่เดือนพฤษภาคม 2566 นายเซีย จำปาทอง เป็นหมายเลข 4

นั่นก็คือจะเป็น “รอง” ก็เพียงหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือคนสำคัญระดับรองหัวหน้าพรรคเท่านั้น

ไม่ว่าหมายเลข 3 ไม่ว่าหมายเลข 4 ก็มิได้ลืม “รากฐาน”

ประสานความเชื่อในทาง “ความคิด” กับการปฏิบัติที่เป็นจริงในทาง “การเมือง” ต่อผู้ใช้แรงงานอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว

ดุจเลือดกับเนื้อ ดุจปลากับน้ำ

พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง นักการเมืองคนหนึ่ง ถามว่าอะไรคือปัจจัยชี้ขาดว่าเป็นพรรคแบบไหน เป็นคนอย่างไร

ดูจาก “แถลงการณ์” ดูจาก “คำประกาศ”

หรือว่าดูจากเมื่อประกาศ “แถลงการณ์” กำหนดแนวทางมาแล้วจะมีการ “ปฏิบัติ” อย่างเป็นจริงมากน้อยเพียงใด

เมื่อท่าน “พูด” คนจะฟัง เมื่อท่านลงมือ “ทำ” คนจะเชื่อมั่น ศรัทธา