หน้าแรก การเมือง บทนำ : ต้องแก...

บทนำ : ต้องแก้ช่วงสุญญากาศ

1.07.23 | 07:09 น.
บทนำ : ต้องแก้ช่วงสุญญากาศ นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรม

นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 30 เดือนมิถุนายน 2566 ในหัวข้อ “การส่งออกหดตัว กระทบอุตสาหกรรมแค่ไหน” พบว่า ผลจากตัวเลขการส่งออกของไทยที่ส่งสัญญาณหดตัวต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. 210 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ภาพรวมการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2566 ส่วนใหญ่มีทิศทางหดตัว โดยปัจจัยสำคัญมาจากคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา จีน และอาเซียน นอกจากนี้ ภาวะต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดัสูงทั้งราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า ราคาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังคงส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ผู้บริหาร ส.อ.ท.จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งกระตุ้นการส่งออก และบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการออกมาตรการดูแลต้นทุนการผลิต

นอกจากนี้ยังสำรวจความคิดเห็น 5 คำถาม และได้รับคำตอบ ดังนี้ 1.ยอดการส่งออกสินค้าในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2566 ส่วนใหญ่เห็นว่าทิศทางทรงตัว 27.7% และลดลงมากกว่า 20% คิดเป็น 23.3% 2.ตลาดประเทศคู่ค้าไทยที่มีผลต่ออุตสาหกรรมส่งออกสินค้ามากที่สุด คือ เอเชียไม่รวมอาเซียน 36.2% 3.ปัจจัยภายในเรื่องใดที่ทำให้การส่งออกสินค้าของอุตสาหกรรมหดตัว คือ ภาวะต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า ราคาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 69.5% 4.ปัจจัยภายนอกที่ทำให้การส่งออกสินค้าของอุตสาหกรรมหดตัว คือ คำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลงจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว 71.4% และ 5.ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้ภาครัฐกระตุ้นการส่งออก และบรรเทาผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัว ด้วยการออกมาตรการดูแลต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ อาทิ ค่าไฟฟ้า พลังงาน ค่าโลจิสติกส์ 80.0%

ระยะหลังภาคเอกชนออกมาแสดงความคิดเห็นและมีข้อเสนอต่างๆ มากมาย เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศยังไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่การเมืองซึ่งต้องเป็นผู้นำทางแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเกื้อกูลภาคเอกชนยังมีความไม่แน่นอนสูงแม้จะมีการเลือกตั้งแล้ว และผลการเลือกตั้งก็ชี้ชัดว่าพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมาก กลายเป็นว่าปัจจัยการเมืองได้ซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องเผชิญหน้ากับปัจจัยต่างๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ในระยะสั้นรัฐบาลปัจจุบันต้องเข้ามาดูแลก่อนที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศ ส่วนระยะยาวต้องหาวิธีแก้ปัญหาการบริหารประเทศในช่วงสุญญากาศที่รัฐบาลชุดเก่ากำลังจะลาจากและรัฐบาลชุดใหม่กำลังจะเข้ามา เพื่อมิให้การเมืองเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจในช่วงเวลาเช่นนี้เหมือนดั่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน