นักวิชาการ ลั่น ไหนว่าร่วมหัวจมท้าย ? การเมืองไทย ‘ถึงจุดไม่ไว้ใจกันเอง’ ย้ำก้าวไกล-เพื่อไทย จับมือให้แน่น เลี่ยงรอยร้าวตอนร่วมรัฐบาล
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ข่าวเด่น ประเด็นฮอต” ทางมติชนทีวี ถึงกรณีชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล เมื่อการเมืองไทยเดินทางมาถึงจุดที่ไม่มีความไว้ใจกันเองอีกต่อไป
โดยในตอนหนึ่ง ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวว่า เพื่อไทยมีมติของพรรคว่าต้องได้เก้าอี้ประธานสภา ในครั้งแรกของการแถลงข่าว เพื่อไทยพูดว่าให้ก้าวไกลที่เป็นพรรคอันดับ 1 เป็นเจ้าของ เป็นประธานรัฐสภา ตัวเองขอรองประธาน 2 ตำแหน่ง มาวันนี้เกิดอะไรขึ้นก็ไม่ทราบเช่นกัน อาจจะมีผู้อาวุโสของพรรคออกมาพูดว่า เรายอมก้าวไกลทุกเรื่องไม่ได้ เก้าอี้ประธานสภายังไงเราก็ต้องได้ติดไม้ติดมือกันมาบ้าง
“ถึงที่สุดแล้วผมก็ยังเห็นด้วยกับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง ว่า ทางที่ดีคณะเจรจาของทั้ง 2 พรรค ยังพอมีเวลาจะคุยกันได้อยู่ เพราะว่าที่รัฐบาลทั้ง 8 พรรคก็ฝากความหวังไว้ ว่าจะจับมือกันอย่างแน่น ดังนั้นเรื่องเก้าอี้ประธานรัฐสภา ผมคิดว่ายังพอมีเวลาที่จะคุยกันได้อยู่” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าว
ผศ.ดร.ยอดพลกล่าวต่อว่า อาจจะมาอีกสูตรหนึ่ง คือ ก้าวไกลถอยในเรื่องของประธานสภาก็ได้ เพื่อไทยลดเก้าอี้รัฐมนตรีลง 1 ตัว เป็น 15 กับ 13 หรือเพื่อไทยอาจจะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีไปเพิ่มอีกตัวหนึ่ง เพื่อแลกกับประธานสภาให้กับก้าวไกล มันเป็นสูตรคำนวนที่อาจจะไปกระทบกับพรรคร่วมอื่นๆ ก็ได้ แต่ถึงที่สุด 2 พรรคควรจะต้องไปคุยกันให้จบก่อน

“ต้องไม่ลืมว่าเก้าอี้ประธานสภาเป็นสิ่งที่เลือกกันเองในหมู่ ส.ส. ตรงนี้ ส.ว.ไม่เกี่ยว ความซับซ้อนน้อย อาจไปมีการจับขั้วหรือจับอะไรกันได้ ซึ่งเราไม่ทราบ แต่ตรงนี้ 2 พรรคต้องจับมือกันให้แน่น แล้วก็คุยกันให้ขาดว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสน
“อีกอย่างคือ ต้องยอมรับว่าการเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่ไม่มีความไว้ใจกันเองอีกต่อไป พรรคหนึ่งถูกกล่าวหาว่าแทงข้างหลังเพื่อนระหว่างการหาเสียง อีกพรรคก็ถูกมองว่าไม่ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร จะจับขั้วไหนกันแน่ คือการเมืองไทยเรามาถึงจุดนี้แล้ว ทั้งๆ ที่ผู้ใหญ่ของทั้ง 2 พรรคบอกว่าเราจะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก แต่มันก็ยังมีความไม่ไว้วางใจของแฟนคลับอยู่” ผศ.ดร.ยอดพลระบุ
ผศ.ดร.ยอดพลชี้ว่า เพื่อไทยได้หรือเสีย ต้องถามก่อนว่ามองในมุมใคร หากมองในมุมของเพื่อไทยกับ Voter ของเพื่อไทย ตนมองว่าเพื่อไทยก็ได้ใจของคนที่เลือก เพราะเราสำรวจความเห็นทางโลกออนไลน์หรือถามคนที่เลือกเพื่อไทย เขาบอกว่า เขาเลือกเพื่อไทยให้มาทำงาน ดังนั้น เพื่อไทยก็ควรมีตำแหน่งที่มันสมเหตุสมผลหรือทรงเกียรติ เขาเชียร์อยู่แล้ว
หากมองในมุมของก้าวไกล Voter ของก้าวไกลเขามองว่า ธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็น unwritten หรือที่ไม่ได้เขียนไว้ พรรคก้าวไกลควรได้รับตำแหน่งประธานสภาด้วย เพราะเป็นพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงมากเป็นอันดับ 1 ดังนั้นการที่เพื่อไทยทำแบบนี้ เขามองว่าเป็นการเสียมารยาท ดูไม่เป็นผู้ใหญ่
“ในช่วงแรกออกมาบอกว่ายกให้ก้าวไกลแล้ว แต่ตอนหลังเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ เหมือนไม่ได้คุยกันมาก่อน อยู่ๆ ก็แถลงข่าวออกมาว่าจะเอาตำแหน่งประธานสภาด้วยอีก ผมก็เลยมองว่าจะได้หรือเสียมันขึ้นอยู่กับว่ามองในมุมใคร แต่เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ในการเลือกตั้ง 4 ปี ข้างหน้า มีผลต่อคะแนนเสียงแน่ทั้ง 2 พรรค อาจจะกระทบไปถึงพรรคร่วมอื่นๆ ด้วย” ผศ.ดร.ยอดพล อธิบาย
ผศ.ดร.ยอดพล ชี้ว่า หากเกิดรอยร้าวขึ้นตั้งแต่ก่อนตั้งรัฐบาลสำเร็จ การร่วมรัฐบาลกันเองจะมีรอยร้าว และทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เพราะกิจกรรมบางอย่าง หรือนโยบายบางอย่างที่ทำไม่สำเร็จ ก็จะไปโทษกันว่าเป็นเพราะอีกพรรคร่วมขวางไว้อยู่
“กรณีแบบนี้เราเคยเห็นในรัฐบาลชุดที่แล้ว เช่น กัญชาเสรี ก็จะมีพรรคร่วมที่ไม่เอาด้วย โทษกันไปโทษกันมา ในที่สุดแล้วมันกระทบต่อคะแนนเสียง ตรงนี้ผมมองว่ามันควรจะไปคุยกันให้ขาดก่อน ประโยชน์ก็ตกเป็นของคนไทย ที่รอการตอบรับนโยบายของทั้ง 8 พรรค และทำให้เป็นจริงได้ ให้มันลื่นไหลไป” ผศ.ดร.ยอดพลกล่าวทิ้งท้าย

