‘ชัยธวัช’ เชื่อ 8 พรรคร่วมยังเหนียวแน่น ยัน ปมประธานสภาหาข้อยุติทันก่อน 2 ก.ค.นี้ มั่นใจ พท.-ก้าวไกลยึดผลประโยชน์ ปชช.เป็นหลัก หลังมีกระแสข่าว พท.พร้อมเป็นแกนนำรบ.แทน ปัดลือ พท. ยกเก้าอี้ประธานสภาแลก รมว.คลัง
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) ยอมยกเก้าอี้ประธานสภาให้พรรค ก.ก.ว่า ขณะนี้ทางพรรครอนัดหมายพูดคุยกับพรรค พท.เป็นทางการอีกครั้ง ต้องรอกำหนดการอีกที ซึ่งจะมีการพูดคุยกันก่อนวันที่ 2 กรกฎาคม โดยทั้ง 2 พรรคหวังว่าจะพยายามให้ได้ข้อยุติร่วมกันก่อนจะมีการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ส่วนกระแสข่าวที่ว่า ตัวเลขสมการการจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนเป็นสูตรต่างๆ นั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยกัน ที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่กระแสข่าวที่ออกมาเท่านั้น
นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า พรรค พท.และพรรค ก.ก.จะพยายามให้ได้ข้อยุติร่วมกันก่อนจะมีการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยกัน ที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวที่ออกมาเท่านั้น ต้องรอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ จะได้มีความชัดเจน ยืนยันว่าทั้งสองพรรคจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรค ก.ก.ได้ตำแหน่งประธานสภาโดยมีเงื่อนไขว่า หากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค ก.ก. ติดอุปสรรคทางการเมืองไม่สามารถขึ้นเป็นนายกฯได้ และพรรค พท.จะขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน นายชัยธวัชกล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบว่าข่าวเมื่อคืนนั้นมาจากไหน เราเชื่อว่าพรรค พท.คงไม่พูดอะไรแบบนั้น เรื่องนี้คงไม่ต้องมาสอนหนังสือสังฆราชกัน เพราะผลการเลือกตั้งชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกพรรค ก.ก.และพรรค พท.มีความต้องการที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่กลับมาฟื้นฟูประชาธิปไตย และแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ดังนั้น เราต้องช่วยกันไม่ทำให้ความผิดปกติที่อยู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาเป็นเรื่องปกติ ตนยังเชื่อมั่นทั้ง ส.ส.และ ส.ว.จะช่วยกันคืนความปกติให้ระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยด้วยการยอมรับผลการเลือกตั้ง ให้พรรคที่ได้รับชัยชนะอันดับ 1 เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล
นายชัยธวัชกล่าวว่า หาก 8 พรรคการเมืองผนึกกันแน่นก็ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความต้องการส่วนตัวของพรรคใดพรรคหนึ่ง เรื่องนี้เป็นหลักการที่เป็นปกติในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ยังยืนยันว่ารอผลสรุปจากการพูดคุยอย่างเป็นทางการระหว่าง 2 พรรค ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะจบออกมาด้วยดี เพราะทั้ง 2 พรรคทำงานและตัดสินใจภายใต้ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของประชาชนอยู่แล้ว ยืนยันว่าจะจับมือไปด้วยกัน ขอให้เชื่อมั่นทั้งแกนนำพรรคและสมาชิกทั้ง 8 พรรค
เมื่อถามว่า ได้มีการวางแผนไว้หรือไม่ หากนายพิธาไม่ได้ตำแหน่งนายกฯ เพื่อให้พรรคร่วมรัฐบาลสามารถเดินหน้าต่อได้ นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงสถานการณ์ตอนนั้น เมื่อผ่านการเลือกประธานสภาไปแล้ว ทุกอย่างจะมีความชัดเจนขึ้น และเรายังเชื่อมั่นอย่างที่เน้นย้ำไปข้างต้นว่า ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.จะช่วยคืนความปกติให้กับการเมืองไทย เช่นเดียวกับในปี 2562 ที่ ส.ว.ให้เหตุผลในการโหวตเลือกนายกฯ ว่าต้องรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้ ส.ว.ก็โหวตให้อย่างเป็นเอกภาพ
เมื่อถามว่า เรื่องมาตรา 112 ที่ ส.ว.อาจนำมาเป็นเหตุผลในการไม่โหวตให้นายพิธา นายชัยธวัชกล่าวว่า ก็ไม่เกี่ยวกับการโหวตนายกฯ กระบวนการไม่ว่าจะแก้กฎหมายฉบับใดหรือเสนอกฎหมายฉบับใหม่ ต้องมีกระบวนการนิติบัญญัติปกติอยู่แล้วที่จะตรวจสอบถ่วงดุล และใช้เสียงส่วนใหญ่ในการหาข้อยุติในสภา และมีการตรวจสอบว่าหากกฎหมายฉบับใดที่ผ่านสภาไปแล้ว จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เรื่องเหล่านี้อย่าเพิ่งกังวลไป เรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับการโหวตนายกฯอยู่แล้ว หลักการสำคัญในการโหวตนายกฯ คือการอิงกับผลการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ที่พรรค ก.ก.ได้ตำแหน่งประธานสภานั้นมากจากการแลกตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังกับพรรค พท. นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นเพียงข่าวลือ ต้องรอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ เรื่องเช่นนั้นพูดไปโดยไม่อิงกับข้อเท็จจริง ในวันที่ 2 กรกฎาคม เป็นการพูดคุยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประชุมสภาและการโหวตประธานสภา โดยยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี กระบวนการเรื่องการแบ่งงานกันทำในรัฐบาลชุดใหม่ก็ดำเนินการตลอดอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าจะเกิดการแทงข้างหลังกันหรือไม่ เพราะการโหวตเลือกประธานสภานั้นจะเป็นการลงคะแนนลับ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่กังวล ขณะนี้ระหว่างขั้วเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยห่างกันเยอะ ถ้า 8 พรรคผนึกกำลังแน่น เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการพลิกขั้ว
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรค พท.รอนั่งตำแหน่งนายกฯต่อจากพรรค ก.ก. สะท้อนถึงสถานการณ์การเมืองใน 8 พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าไปมองแบบนั้น ยังเชื่อมั่นว่าเราทำงานร่วมกันด้วยความจริงใจ และเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง สำหรับพรรค พท.เอง สิ่งที่สัมผัสได้อย่างจริงใจ คือทั้ง 8 พรรคเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ
เมื่อถามว่า จากกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท. ให้สัมภาษณ์ว่า “เราถูกมัดด้วยอาณัติของประชาชน อยากออกก็ออกไม่ได้” นั้น สื่อถึงอะไรในพรรคร่วมรัฐบาล นายชัยธวัชกล่าวว่า คงต้องถาม นพ.ชลน่าน แต่เท่าที่เคยร่วมงานกัน เราจริงใจที่จะเห็นว่า สมการในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันดีที่สุด

