หน้าแรก การเมือง ‘อานนท์’ เชื่...

‘อานนท์’ เชื่อ พท.คงไม่ทุบหม้อข้าว ลั่น ปชต.ฟางเส้นสุดท้าย ถ้าพลิกขั้ว จบไม่สง่า ระวังม็อบออร์แกนิค

30.06.23 | 19:08 น.

‘อานนท์’ เชื่อ พท.คงไม่ทุบหม้อข้าว ลั่น ปชต.ฟางเส้นสุดท้าย ถ้าพลิกขั้ว จบไม่สง่า ระวังม็อบออร์แกนิค

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง ทางมติชนทีวี ในประเด็น สังคมเคลื่อนมาถึงจุดปะทะกันระหว่างคลื่นเก่ากับคลื่นใหม่ คนรุ่นเก่าต้องปรับตัว รับฟังและปรับตัว

ในตอนหนึ่ง นายอานนท์กล่าวว่า ประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกลทั่วประเทศส่วนใหญ่อยากที่จะให้เข้ามาแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ให้ทันสมัยมากขึ้น เป็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจน บางคนเลือกก้าวไกลเข้ามาคงไม่ได้ให้มาแก้ไข มาตรา 112 อย่างเดียวหรอก ก่อนเลือกตั้งเราก็พูดเรื่องโครงสร้าง เรื่องชนชั้นนำแม้วันนี้เหตุผลที่ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะไม่โหวตให้ก็เพราะว่าพูดเรื่อง มาตรา 112 อยู่ เชื่อลึกๆ ว่า วันที่ 2 ก.ค.ที่เขาจะคุยกัน น่าจะได้คำตอบที่ดีสำหรับทุกพรรคและประชาชน ก้าวไกลและเพื่อไทยน่าจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ชั้นเชิงการเมืองอาจจะสู้กันไป แต่มันน่าจะตกลงกันได้

เมื่อถามว่า ตอนนี้ทาง คุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ไปคุยกับทางก้าวไกล ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ว่าผู้อาวุโสทางพรรคเพื่อไทยก็มีความเริ่มอ่อนลงมากขึ้น หรือไม่?

Advertisement

 

นายอานนท์กล่าวว่า ประชาชนเขามัด 2 พรรคนี้รวมกัน ต้องฟังประชาชน ในก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อไทยเหมือนจะไม่ระบุว่าจะจับมือกับฝั่งลุงหรือไม่ แต่เมื่อประชาชนเริ่มจี้ก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นว่า ไม่จับๆ มันทำให้ประชาชนมีความหวังมากขึ้น ประชาชนมีเสียงที่ดังมาก ซึ่งในสังคมไทยไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

“เมื่อก่อนอาจจะไม่ได้ฟังเสียงประชาชนมากเท่านี้ และมีความเชื่อว่าทางเพื่อไทยรับฟัง ถ้าพูดในเรื่องดีลลับ ถ้าดีลกันและประชาชนไม่ได้เลือกมา ก็ต้องยกเลิกดีลไป ถ้าหากประชาชนจับได้ดีลนั้นก็จะถูกยกเลิกไป ถ้ามีเพื่อไทยกับฝั่งตรงข้าม ประชาชนก็จะสั่งให้ยกเลิก ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่เพื่อไทยจะไปทุบหม้อข้าว หรือไปฆ่าตัวตายในทางการเมืองแบบนั้น” นายอานนท์กล่าว

เมื่อถามว่า ปมดังกล่าว ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ประชาชนจะลงถนน หรือไม่?

นายอานนท์กล่าวว่า การที่ปฏิเสธฉันทามติของประชาชน อย่าคิดว่าจะมีม็อบที่มีแกนนำไปตั้งเวที

“ผมคิดว่าไม่เกิดภาพนั้น แต่มันเกิดภาพการชุมนุมที่ว่าของปัจเจกที่เขาเรียกว่า การเมืองแบบออร์แกนิก อย่างเช่นนัดวันนี้เจอกันที่นี้ที่นั้น แล้วประชาชนก็จะไปรวมกันเอง สิ่งที่น่ากลัวของการชุมนุมพวกนี้มันจะไม่มีแกนนำที่จะสั่งซ้ายหันขวาหัน หรือเลิกชุมนุมตอนไหน และเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยด้วยทั้งคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้อมส้มทั้งนั้น ไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น ส.ว.เองควรเคารพเสียงประชาชน และจบให้มันสง่างาม การจากไปที่ทิ้งไว้เป็นมรดกประชาธิปไตยอันนี้สำคัญ ส.ว.บางคนก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสุดขั้ว แต่มีบางคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่บางคนไม่ได้มีแนวคิดแบบประชาธิปไตยที่ต้องการ หรือเท่าคนรุ่นใหม่ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมืองได้ทิ้งมรดกไว้ให้คนรุ่นใหม่ ให้ประชาธิปไตยได้ทำงานต่อ มันเป็นเรื่องที่สง่างามมาก

หากคุณออกไปจาก ส.ว.ในทางกลับกัน วันโหวตนายกฯ คุณไปโหวตคนอื่นที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย คุณจะไปเดินตลาดได้หรือ และคาดหมายได้เลยว่าผู้คนต้องไปรวมกันในวันโหวตนายกฯ คนที่จะไปฟังและไปให้กำลังใจมันมีอยู่แล้ว บางคนรอมา 8-9 ปี เพื่อที่จะส่งคนที่มาจากประชาธิปไตยเข้าสภา มันเป็นความหวังคนทั้งประเทศ แม้แต่แม่บ้านรัฐสภาก็ชูป้ายต้อนรับคุณพิธา เวลาขอบคุณพี่น้องต่างจังหวัดก็มีพี่น้องมาต้อนรับอย่างมากมาย พร้อมอ้าแขน” นายอานนท์ระบุ

เมื่อถามอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ส่วนตัวเชื่อคำนี้หรือไม่?

นายอานนท์กล่าวว่า เชื่อ อย่างน้อยตนเองก็ไม่เหมือนเดิม สิ่งที่ทุกคนคาดหมายก่อนการเลือกตั้งมันพลิกหมด

“คะแนนเพื่อไทยได้ไม่ถึงครึ่ง พรรคที่ทุกคนกล่าวหาล้มสถาบันฯ กลับได้เป็นอันดับหนึ่ง ทุกคนต้องทำความเข้าใจกัน อยากเห็นกลุ่มคนที่ต้องข้อสงสัยและกังวลในคนรุ่นใหม่นั้น ได้เปิดใจและให้โอกาสก้าวไกล ถ้าหากก้าวไกลทำได้ไม่ดี ก็อย่าไปเลือกอีก” นายอานนท์กล่าว