“จีน” พุธิตา ชัยอนันต์ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 4 พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็น ส.ส.ป้ายแดง วัย 36 ปี ชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด เรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย ไปต่อปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ และปริญญาโท สาขาการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)
เริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เป็นนักศึกษา มช. อยากเห็นการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม และอำนาจเป็นของประชาชนแท้จริง เพื่อให้ลูกหลาน หรือคนรุ่นหลังมีอนาคตที่ดี
เมื่อปี 2556-2557 เป็นอาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชนมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง ปี 2558 เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
เมื่อครั้งมีการรัฐประหารยึดอำนาจปี 2549 ก็ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ต่อมาปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจ ก็ร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านเช่นกัน พร้อมรณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง
กระทั่งมาร่วมทำงานร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพรรค ก.ก. และเมื่อปี 2562 ได้เป็นผู้ช่วย ส.ส.ของ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และปี 2563 เป็นผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ส.ของ เท่าพิภพลิ้มจิตรกร อีกทั้งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร
ในปี 2566 ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนพรรค ก.ก.ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก และได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรสมัยแรก ด้วยเสียงสนับสนุน 62,009 คะแนน เป็น ส.ส.หญิงที่ได้คะแนนมากที่สุด และมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจาก ทวี สุระบาล ส.ส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ได้ 63,185 คะแนน
“จีน” บอกว่า อยากขอบคุณประชาชนเป็นอันดับแรกก่อน โดยตระเวนออกไปขอบคุณประชาชนทุกตำบลแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่ทำให้ผิดหวัง ทำงานคุ้มค่าภาษี ไม่มีวันทอดทิ้งประชาชน
ในพื้นที่เขต 4 เชียงใหม่ ประกอบด้วย อ.สันทราย อ.แม่ริม (เฉพาะ ต.ดอนแก้ว ต.แม่สา ต.เหมืองแก้ว) จึงมีแนวคิดการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ทั้งป่าชุมชน สิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่อง PM2.5 พร้อมผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด จัดตั้งศูนย์ควบคุมมลพิษอาเซียนที่เชียงใหม่ตามนโยบายพรรค ก.ก. 100 วัน อีกทั้งจะผลักดันผังเมืองรวม การพัฒนาท่องเที่ยว การศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต
อีกทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานและรับเรื่องร้องเรียนทั้ง 15 ตำบล เพื่อให้ประชาชนกว่า 56,000 ครัวเรือน ได้เข้าถึงมากที่สุด
ส่วนการปรับโครงสร้างทางการเมือง จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย พร้อมทำประชามติเรื่องการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเอง โดยให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมมากที่สุด เพื่อตอบโจทย์ประชาชนได้ตรงจุด พร้อมนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทุกฝ่ายเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง มุ่งสู่ความสามัคคี ปรองดองมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ต้องให้ประชาชนเข้าถึงรัฐสวัสดิการมากที่สุด และความเท่าเทียมในสังคม โดยเฉพาะสิทธิการลาคลอดและเลี้ยงดูบุตร จาก 90 วัน เป็น 180 วัน เพื่อสร้างความอบอุ่น และเป็นรากฐานครอบครัวคุณภาพในอนาคต
“สุดท้าย ส.ส.พรรค ก.ก.เชียงใหม่ ทั้ง 7 เขต พร้อมทำงานร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) 2 เขต และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อีก 1 เขต รวม 10 เขต เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาเชียงใหม่ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าเดิม โดยยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ภายใต้ความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน” ส.ส.จีนพร้อมร่วมทำงานกับ ส.ส.เชียงใหม่ทั้งหมดในการพัฒนาพื้นที่ และงานในภาพรวมของประเทศ

