‘อานนท์’ ชม ‘อุ๊งอิ๊ง’ มีสติ เป็นผู้ใหญ่ รุดประสานรอยร้าว เชื่อแฟน พท.ไม่เห็นด้วยแข่ง ปธ.สภา
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ ‘มติชนทีวี’ ประเด็นสถานการณ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล
ในตอนหนึ่ง นายอานนท์กล่าวว่า ตนมองว่าทั้ง 2 พรรคมีความพยายามที่จะเจรจากันอย่างมาก ส่วนตัวคิดว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกว่า เหมือนคลุมถุงชน อย่างไรก็ตาม เสียงของประชาชนมีความหมายกับทั้ง 2 พรรคที่มัดรวมกันไม่ให้แยกจากกัน
“ผมคิดว่าคนที่น่าจะเป็นคนสำคัญของฝั่งเพื่อไทยที่ ณ วันนี้มีสติมากกว่าคนอื่น ที่ตั้งมั่นอยู่ในหลักประชาธิปไตย แล้วก็ไม่ได้ว่อกแว่กกลับเป็นคนที่สังคมมองว่าอายุน้อย เป็นเณร เป็นคีย์เวิร์ดใหม่ด้วยซ้ำ คือ คุณแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่ พยายามจะประสานรอยราวนี้” นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้เหมือนกถูกบังคับโดยประชาชน ให้คนรุ่นใหม่ทั้ง 2 พรรคได้จับมือกัน ตนคิดว่ามันเป็นช่วงของการประสานกันระหว่างความหวังใหม่กับความหวังเก่า แล้วก็ดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมา
“จริงๆ มันมีความท้าทายหลายอย่าง แม้แต่คนที่เป็นแคนดิเดตประธานสภาตอนนี้ของก้าวไกลเรียกว่าคนรุ่นใหม่ก็ได้ ผมคิดว่าเป็นการท้าทาย เราเดินมาถึงจุดที่ความใหม่ ความเป็นคนวัยเยาว์ คนรุ่นใหม่ มันปะทะกับสังคมเก่า คือถ้าสังเกตดีๆ เรื่องนี้จะปะทะกันทุกเรื่อง นับไปตั้งแต่เรื่องน้องหยกไปจนถึงเรื่องการบริหารประเทศ มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ไม่น่าเชื่อ ผมว่ามันก็ประหลาดดี” นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่า ส.ส.ของเพื่อไทยที่มีประสบการณ์ ที่เก๋าเกมอย่าง นายอดิศร เพียงเกษ ก็ได้ออกมาแสดงบทบาทของนักการเมืองในยุคเก่า ซึ่งตนไม่ได้บอกว่าดี หรือไม่ดี แต่บทบาทของนักการเมืองยุคเก่าจะเป็นอย่างนี้ ส่วนบทบาทของนักการเมืองยุคใหม่ อย่าง น.ส.แพทองธาร ‘เธอนิ่งมาก’ และเป็นตัวประสานระหว่าง 2 พรรค
“ส่วนฝ่ายก้าวไกลก็จะเห็นคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คุณชัยธวัช ตุลาธน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ออกมาทำงานประสาน ผมคิดว่าเพื่อไทยตอนนี้มีความเป็นกลุ่มที่มีพลังอำนาจอยู่พอสมควร ไม่ใช่กลุ่มเดิม อาจจะไม่ได้วัดกันเรื่องอายุอย่างเดียว แต่หมายความว่าความคิดใหม่ๆ ในกลุ่มของคุณแพทองธารน่าจะชัดเจน
ผมคิดว่าสังคมเราไม่ได้มีทางเลือกมาก คือเส้นแบ่งระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการมันชัดเจน เราอาจจะเรียกว่าพรรคอยู่ฝั่งประชาธิปไตย ฝั่งเผด็จการ ที่มันยังหานิยามไม่ชัดเจน แต่ว่าถ้าจะชี้ว่าพรรคไหนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย หรือฝั่งเผด็จการมันแบ่งชัดเจนแล้ว มันถูกบังคับให้มาสามารถนำพรรคเดียวได้ด้วย อย่างที่ผมบอกว่ามันเป็นเวรกรรมของประเทศ มันถูกบังคับให้เพื่อไทยกับก้าวไกลจับมือกัน และถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งปล่อยมือแล้วไปจับอีกขั้วหนึ่งคุณกลายเป็นพรรคเผด็จการทันที และอาจจะโดนพี่น้องประชาชนชี้ ขนาดเพื่อไทยตอนนี้ที่มีการส่งแคนดิเคตจะไปแข่งเลือกประธานสภายังโดนคนที่เป็นโหวตเตอร์ของเพื่อไทยออกมาประณาม มีท่าทีที่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนหลายคน
ตอนนี้เราเห็นคนที่สนับสนุนให้เพื่อไทยลงแข่งน้อยมาก ผมคิดว่าในโซเชียลก็น้อยมาก โอเค อาจจะเป็นเรื่องนางแบกที่สนับสนุนเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่าส่วนใหญ่ที่เลือกเพื่อไทยเองก็ไม่เห็นด้วยที่เพื่อไทยจะมาลงแข่งในเรื่องของประธานสภา” นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวว่า ถ้า 2 พรรคมีศักยภาพและชัดเจนในการยื่นสินค้าให้กับประชาชนเลือกแล้ว เพื่อไทยบอกว่าพูดเรื่องปากท้องเป็นหลัก ก้าวไกลบอกว่าโครงสร้างเป็นหลัก พอยื่นสินค้าไปให้ประชาชนเลือกปรากฏว่าประชาชนเลือกฝั่งที่ต้องการจะแก้โครงสร้างมากกว่าฝั่งที่จะเลือกเรื่องปากท้อง ตนคิดว่าสังคมเลือกแล้ว ชัดเจนแล้ว

