คอชีย์ มามุ ส.ส.ปัตตานี เขต 2 (อ.หนองจิก และ อ.โคกโพธิ์) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วัย 52 ปี จบปริญญาตรีสาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เคยผ่านการเมืองท้องถิ่นมานาน ตั้งแต่ปี 2539 เป็นสมาชิกสภาตำบลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ เป็นสมาชิก อบต.นาประดู่
กระทั่งเป็นนายก อบต.นาประดู่ ปี 2546-2564 จนชาวบ้านเรียกติดปากว่า “นายกซี”
คอซีย์ มามุ เผยว่า ต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตด้วยตนเองมาตลอด ทำงานตั้งแต่เด็ก ทำงานทุกอย่าง อยากก้าวหน้าจึงต้องแสวงหาโอกาส หาความรู้ตลอดเวลา ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ส่งตัวเองศึกษาจนจบปริญญาตรี และปริญญาโทมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้านการปกครองท้องถิ่น
ผมไม่ใช่คนหน้าใหม่ ทำงานการเมืองท้องถิ่นมานาน เคยเป็นนายก อบต.นาประดู่ และเป็นคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.)
การทำงานของผมคือ “ใจถึง เข้าถึงง่าย” เพราะเป็นคนใจถึง เป็นนักการเมืองต้องเข้าไปอยู่ในหัวใจของทุกคน เปิดให้ทุกคนเข้าถึงง่าย ถ้าต้องการจะพบ โทรมาคุยตรงกับผมได้เลย พร้อมพบปะรับฟังปัญหาของทุกคนตลอดเวลา
จากประสบการณ์ทำงานการเมืองท้องถิ่นมานาน เห็นปัญหาต่างๆ มากมาย ได้เข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาตำบลนาประดู่อย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับ แต่อยากช่วยเหลือสังคมให้มากยิ่งขึ้น จึงหันมาลงการเมืองระดับประเทศ และได้เป็นที่ไว้ใจจากประชาชนในพื้นที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก
ต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนทุกคนที่ไว้วางใจผม รับรองว่าจะทำตามเสียงของพี่น้องประชาชนที่เลือกผมมา ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน
สิ่งที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนคือ การพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งเยาวชนบ้านเราเรียนดี เมื่อเขาเรียนแล้วจบออกไปแล้วต้องทำให้เขาได้งานด้วย ต้องมีอาชีพรองรับให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ ผมจะผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้โอกาสทางการศึกษาอนาคตของชาติ เหมาะสมตามบริบทพื้นที่ ไม่อยากให้คนของเราต้องไปอยู่มาเลเซีย ไม่ได้สรรสร้างสิ่งดีๆ ให้บ้านเกิดตนเอง
เราควรให้พวกเขาได้รับการศึกษาที่ดีตามสาขาต่างๆ ที่ขาดแคลน เมื่อจบแล้วได้งานทำจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ วิศวกร นักบริหาร นักธุรกิจต่างๆ ต้องให้ทุกคนมาร่วมกันทำเศรษฐกิจบ้านเราให้ดี เมื่อเศรษฐกิจดีเด็กๆ และเยาวชนของเราจะได้ไม่ต้องไปทำงานที่อื่น
ส่วนเรื่องความมั่นคงก็เช่นเดียวกัน ขณะนี้สถานการณ์ลดลงไปเยอะแล้ว ความมั่นคงไม่ใช่แค่คู่ขัดแย้งเท่านั้น ความมั่นคงในพื้นที่ต้องรวมทั้งความมั่นคงด้านทรัพยากร ด้านอาหาร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ถ้าหากในพื้นที่ของเราบุคลากรมีการศึกษาที่ดีขึ้น ทุกคนมีงานทำมั่นคง จะไม่เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง การจะแก้ปัญหาความมั่นคง ต้องพัฒนาด้านอื่นๆ ไปด้วยกัน ทั้งด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และอัตลักษณ์บริบทพหุวัฒนธรรม ให้กลายมาเป็นจุดแข็ง ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน
ผมจะใช้ “การพัฒนานำการเมือง” ไม่ใช่ “การเมืองนำการพัฒนา” แม้ความคิดจะต่างกันแต่ไม่แตกแยก ต้องปรึกษาหารือกันได้ ทำงานกันได้กับทุกๆ ฝ่ายเพื่อพัฒนาไปข้างหน้าให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรามีความยั่งยืนอย่างแท้จริง

