หน้าแรก การเมือง สมชัย เตือน &...

สมชัย เตือน ‘ก.ก.-พท.’ รีบหย่าศึก ปธ.สภา ระวังขั้วตรงข้ามชิงปาดหน้า

2.07.23 | 22:49 น.

สมชัย เตือน ‘ก.ก.-พท.’ รีบหย่าศึก ปธ.สภา ระวังขั้วตรงข้ามชิงปาดหน้า

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิตและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 4 กรกฎาคม ว่า ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จะมีสิ่งที่อยู่ในใจของแต่ละฝ่าย ไม่ยอมเอามาพูดคุยกันและประเมินแล้วว่า อาจพูดคุยกันแล้วจะไม่สามาถทำให้เกิดความสำเร็จในการเจรจาได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นการประวิงเวลาการประชุมออกไปเรื่อยๆ ถ้าออกมาในรูปแบบนี้การพูดคุยเจรจาระหว่างกันจะไม่เกิดขึ้น ผลท้ายสุดคือ จะใช้วิธีการในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเอาชนะซึ่งกันและกันมากกว่า ดังนั้น ถ้าวันอาทิตย์ไม่มีการพูดคุย วันจันทร์เป็นการประชุมเพียงฝ่ายเดียวของแต่ละฝ่าย เช่น พรรคเพื่อไทยก็จะประชุมในกรรมการบริหารพรรคซึ่งคงไม่มีการประชุมร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย และคงจบกันในวันที่ 4 กรกฎาคม

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดการฟรีโหวตจากการไม่ยอมกันของ 2 พรรค คือเพื่อไทย และก้าวไกล มองว่าเบื้องต้นอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกันระหว่าง 2 พรรค ที่ไม่สามารถพูดคุยเจรจาให้เกิดความเห็นร่วมกันได้ ซึ่งหากทั้ง 2 พรรค มองไกลไม่มองใกล้ คือการเลือกประธานสภาเปรียบเสมือนการแข่งขันในการเลือกตั้ง ซึ่งมองที่ประโยชน์ของพรรค มองการชนะการเลือกตั้งเป็นหลัก แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ผลประธานสภาออกมาแล้ว สิ่งที่จะต้องมองไกล คือ ภารกิจต่อไปในการจัดตั้งรัฐบาล หากว่าทั้ง 2 พรรคมองในสิ่งนี้ ต้องมองการเลือกตั้งประธานสภาเป็นเหมือนกับการเลือกตั้งว่า ต้องมีแพ้มีชนะ การเลือกประธานสภาก็มีแพ้มีชนะ หลังจากการเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ถือว่าลืมเรื่องนี้ไปแล้วจัดตั้งรัฐบาลโดยการพยายามหนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้เป็นนายกฯ ตามที่ได้มีข้อตกลงกันไว้ ณ เวลานี้ ถ้ามองในเชิงความสามารถการจัดการของพรรคเพื่อไทย เชื่อว่ามีการพูดคุยและการตกลงกันได้แล้ว

“ถ้ามีการเสนอชื่อจากพรรคอีกฝั่งหนึ่งเข้ามา ณ เวลานั้น ส่วนของพรรคร่วม 8 พรรคต้องรีบคุยกันใหม่ ถ้าไม่รีบคุยทันที ผลที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นว่า ตำแหน่งประธานสภาจะเป็นของฝ่ายตรงข้ามได้ เพราะพรรคฝั่งรัฐบาลมี 141 เสียง และ 151 เสียง ส่วนฝ่ายที่ไม่ได้ร่วมตั้งรัฐบาลมี 188 เสียง หากมีการเสนอชื่อจริงโอกาสที่ตำแหน่งประธานสภาจะหลุดไปในฝ่ายที่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลก็สูงมาก ยิ่งเป็นผลเสียมากกว่าเดิม” นายสมชัยกล่าว